ข้ามไปเนื้อหา

รัฐธรรมนูญเดนมาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก
Image
หน้าปกของรัฐธรรมนูญฉบับแรกใน ค.ศ. 1849
ภาพรวม
ชื่อต้นฉบับDanmarks Riges Grundlov
ท้องที่ใช้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (เดนมาร์ก, กรีนแลนด์ และหมู่เกาะแฟโร)
วันประกาศ25 พฤษภาคม ค.ศ. 1849 (ฉบับแรก)
28 พฤษภาคม ค.ศ. 1953 (ฉบับปัจจุบัน)
มีผลใช้บังคับ5 มิถุนายน ค.ศ. 1849 (ครั้งแรก)
5 มิถุนายน ค.ศ. 1953 (ปัจจุบัน)
ระบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
โครงสร้างรัฐบาล
ฝ่ายสาม (ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ)
ประมุขแห่งรัฐพระมหากษัตริย์เดนมาร์ก
ฝ่ายนิติบัญญัติระบบสภาเดียว (รัฐสภาเดนมาร์ก)
ฝ่ายบริหารคณะรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อรัฐสภา
ฝ่ายตุลาการศาลฎีกาและอื่น ๆ
ผู้เขียนสมัชชารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ผู้ลงนามเฟรเดอริกที่ 7 (องค์แรก)
เฟรเดอริกที่ 9 (องค์ปัจจุบัน)
ฉบับก่อนหน้ากฎมณเฑียรบาล (Lex Regia)
เอกสารฉบับเต็ม
Image Constitution of Denmark ที่วิกิซอร์ซ
ImageDanmarks Riges Grundlov at เดนมาร์ก วิกิซอร์ซ

พระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Danmarks Riges Grundlov) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า รัฐธรรมนูญ (เดนมาร์ก: Grundloven, แฟโร: Grundlógin, กรีนแลนด์: Tunngaviusumik inatsit) เป็นรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรเดนมาร์กที่ใช้งานอย่างเท่าเทียมกันในดินแดนเดนมาร์ก คือ เดนมาร์ก, กรีนแลนด์ และหมู่เกาะแฟโร รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยฉบับแรกรับใช้ใน ค.ศ. 1849 แทนที่รัฐธรรมนูญสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ค.ศ. 1665 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจาก ค.ศ. 1953 รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการแก้ไขหลายครั้ง แต่ถ้อยคำที่ใช้มีความทั่วไปเพียงพอที่จะยังคงใช้ได้ในปัจจุบัน[1]

รัฐธรรมนูญนิยามว่าเดนมาร์กมีการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ บริหารผ่านระบบรัฐสภา รัฐธรรมนูญสร้างการแบ่งแยกอำนาจระหว่างรัฐสภาซึ่งทำหน้าที่ออกกฎหมาย รัฐบาลซึ่งทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และศาลซึ่งทำหน้าที่ตัดสินคดี นอกจากนี้ยังให้สิทธิพื้นฐานหลายประการแก่ประชาชนในเดนมาร์ก รวมถึงเสรีภาพในการพูด เสรีภาพทางศาสนา เสรีภาพในการรวมกลุ่ม และเสรีภาพในการชุมนุม รัฐธรรมนูญใช้บังคับกับทุกคนในเดนมาร์ก ไม่ใช่เฉพาะพลเมืองเดนมาร์กเท่านั้น[2]

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญใน ค.ศ. 1849 ได้ยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และนำมาซึ่งระบอบประชาธิปไตย เดนมาร์กเฉลิมฉลองการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญฉบับแรกได้รับการให้สัตยาบัน ในฐานะวันรัฐธรรมนูญ (เดนมาร์ก: Grundlovsdag)

หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญคือการจำกัดอำนาจของพระมหากษัตริย์ (มาตรา 2)[3] ทำให้เกิดพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีอำนาจค่อนข้างอ่อนแอ ซึ่งต้องพึ่งพาคณะรัฐมนตรีในการให้คำแนะนำ และรัฐสภาในการร่างและผ่านกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ฉบับ ค.ศ. 1849 ได้จัดตั้งระบบสองสภา คือ Rigsdag ซึ่งประกอบด้วยสภา Landsting และสภา Folketing การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ค.ศ. 1953 คือ การยุบเลิกสภา Landsting เหลือเพียงสภา Folketing ซึ่งเป็นระบบสภาเดียว นอกจากนี้ยังได้บัญญัติสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน ซึ่งยังคงอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เช่น สิทธิในการยื่นคำร้องขอให้ศาลตรวจสอบการคุมขัง (มาตรา 71) สิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล (มาตรา 72) และเสรีภาพในการพูด (มาตรา 77)[3]

รัฐสภาเดนมาร์ก (Folketinget) ไม่สามารถออกกฎหมายใด ๆ ที่ขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้ แม้ว่าเดนมาร์กไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลฎีกาเดนมาร์กสามารถประกาศว่ากฎหมายใด ๆ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นโมฆะได้

การแก้ไขพระราชบัญญัติจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเดนมาร์กภายในสองวาระติดต่อกัน และจากนั้นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งผ่านการลงประชามติระดับชาติ[4]

  1. "The Constitutional Act of Denmark". thedanishparliament.dk. The Danish Parliament (Folketinget). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 November 2012. สืบค้นเมื่อ 14 April 2016.
  2. Holm, Thue Ahrenkilde; Rohde, Thomas Søgaard (21 November 2019). "DF mener, at Grundloven kun er til for danske statsborgere – men en afdød professor og tre nulevende eksperter er dybt uenige". Berlingske (ภาษาเดนมาร์ก). สืบค้นเมื่อ 29 October 2019.
  3. 1 2 The Constitution of Denmark Accessed 14 January 2024.
  4. Tschentscher, Axel. "The Constitution of Denmark – Section 88". Servat.unibe.ch. สืบค้นเมื่อ 2016-02-12.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้ไขต้นฉบับ]