ข้ามไปเนื้อหา

ราชบัลลังก์กัสติยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชบัลลังก์กัสติยา
Corona de Castilla
ค.ศ. 1230–ค.ศ. 1716
ธงชาติของกัสติยา
ธง
ตราแผ่นดินของกัสติยา
ตราแผ่นดิน
ที่ตั้งของกัสติยา
สถานะสหอาณาจักร
เมืองหลวงบูร์โกส, โตเลโด, บายาโดลิด และสุดท้ายมาดริด¹
ภาษาทั่วไปสเปน (กัสติยา), บาสก์, กาลิเซีย, เลออน[1] และอาหรับ (ฮิสปาเนีย
ศาสนา
คริสต์ศาสนา (โรมันคาทอลิก), อิสลาม และยูดาย
การปกครองราชาธิปไตย
ประวัติศาสตร์ 
 ก่อตั้ง
ค.ศ. 1230
ค.ศ. 1716 ค.ศ. 1716
พื้นที่
20,000,000 ตารางกิโลเมตร (7,700,000 ตารางไมล์)
ก่อนหน้า
ถัดไป
Castile ราชอาณาจักรกัสติยา
Leon ราชอาณาจักรเลออน
Emirate of Granada อาณาจักรอะมีรแห่งกรานาดา
สเปน Image
ยิบรอลตาร์ Image
¹ ย้ายจนกระทั่งเฟลิเปที่ 2 มาตั้งเป็นการถาวรที่มาดริด
² รวมทั้งภาษานาวัตล์และเกชัวนอกคาบสมุทรไอบีเรีย

ราชบัลลังก์กัสติยา (สเปน: Corona de Castilla) เป็นสหอาณาจักรที่มักจะกล่าวกันว่าเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1230 โดยการรวมตัวระหว่าง ราชอาณาจักรเลออนกับราชอาณาจักรกัสติยา หรือมารวมตัวอย่างเป็นทางการโดยรัฐสภาของทั้งสองราชอาณาจักรอีกหลายสิบปีต่อมา ในปี ค.ศ. 1230 พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ทรงได้รับการสวมมงกุฎเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกัสติยา (ที่รวมอดีตราชอาณาจักรโตเลโด) และเลออน (ที่รวมราชอาณาจักรกาลิเชีย)

กษัตริย์แห่งราชบัลลังก์กัสติยา

[แก้]

ราชวงศ์บูร์กอญ

[แก้]

เมื่อพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 แห่งกัสติยา สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1252 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 ผู้เป็นพระโอรส พระเจ้าอัลฟอนโซได้อภิเษกสมรสกับโยลันดาแห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1249 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบเอ็ดคน เมื่อพระเจ้าอัลฟอนโซสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1284 เฟร์นันโด เด ลา การ์ดาผู้เป็นพระโอรสคนโตสิ้นพระชนม์ก่อนพระองค์โดยมีพระโอรสน้อยทิ้งไว้สองคน สิทธิ์ของเด็กชายทั้งสองถูกแย่งชิงไปโดยพระเจ้าซันโชที่ 4 แห่งกัสติยาซึ่งเป็นพระโอรสคนที่สองของพระเจ้าอัลฟอนโซ พระองค์ได้แต่งงานกับมาริอา เด โมลินาในปี ค.ศ. 1282 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดห้าคน พระเจ้าซันโชสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1295 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 พระโอรสวัย 9 พรรษา ภายใต้การสำเร็จราชการแผ่นดินของพระมารดา

พระเจ้าเฟร์นันโดอภิเษกสมรสกับกงสเติงซาแห่งโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1302 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดสองคน พระเจ้าเฟร์นันโดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1312 ด้วยพระชนมายุเพียง 26 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 พระโอรสวัย 1 พรรษา กงสเติงซาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1313 การสำเร็จราชการแผ่นดินจึงตกเป็นของมาริอา เด โมลินา พระอัยกี พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสครั้งแรกกับกอนสตันซา มานูเอลในปี ค.ศ. 1325 แต่การแต่งงานถูกประกาศให้เป็นโมฆะ ในปี ค.ศ. 1328 พระองค์อภิเษกสมรสกับมาเรียแห่งโปรตุเกส ทั้งคู่มีพระโอรสที่มีชีวิตรอดหนึ่งคน พระองค์ยังมีบุตรธิดาอีกสิบคนกับเลโอนอร์ เด กูซมันผู้เป็นภรรยาลับ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1350 ผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระองค์คือพระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยา พระเจ้าเปโดรอภิเษกสมรสกับบล็องช์แห่งบูร์บงในปี ค.ศ. 1353 ขณะเดียวกันก็มีอนุภรรยาคือมาริอา เด ปาดียา พระองค์มีพระธิดาที่รอดชีวิตสองคนกับมาริอาและทอดทิ้งบล็องช์หลังแต่งงานได้สามวัน มาริอากับบล็องช์ต่างก็เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1361 โดยบล็องช์ถูกฆาตกรรม

พระเจ้าเปโดรถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยเอ็นริเก พระอนุชาต่างมารดา ในปี ค.ศ. 1366 ในช่วงสงครามกลางเมืองของกัสติยา พระองค์กอบกู้ตำแหน่งกลับคืนมาได้ในระยะสั้นๆ แต่เอ็นริเกได้สังหารพระองค์ในปี ค.ศ. 1369

พระนาม ฉายานาม ความสัมพันธ์ เริ่มต้น สิ้นสุด หมายเหตุ
พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ผู้เป็นนักบุญ พระโอรสของพระราชินีเบเรงเกลา 30 สิงหาคม ค.ศ. 1217 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1252 เป็นกษัตริย์แห่งเลออนตั้งแต่ ค.ศ. 1230

เริ่มต้นราชบัลลังก์กัสติยา

พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 ผู้ทรงปัญญา พระโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1252 4 เมษายน ค.ศ. 1284 ถูกซันโช พระโอรสปลดออกจากการบริหารปกครอง[2][3]

เกิดสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1282–1284)

พระเจ้าซันโชที่ 4 ผู้กล้าหาญ พระโอรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 4 เมษายน ค.ศ. 1284 25 เมษายน ค.ศ. 1295 อัลฟอนโซ เด ลา เซร์ดาแสดงสิทธิ์ในบัลลังก์

ได้รับการประกาศเป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาในฆากา ปี ค.ศ. 1288 ด้วยการสนับสนุนของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 3 แห่งอารากอน[4][5]

พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 ผู้ถูกอัญเชิญมา พระโอรสของพระเจ้าซันโชที่ 4 25 เมษายน ค.ศ. 1295 7 กันยายน ค.ศ. 1312 มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ
  1. มารีอา เด โมลินา (ค.ศ. 1295)
  2. เอ็นริเก เด กัสติยา[6] (ค.ศ. 1295–1301)
พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 ผู้เที่ยงธรรม พระโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 7 กันยายน ค.ศ. 1312 26 มีนาคม ค.ศ. 1350 มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ
  1. ฆวน เด กัสติยา (ค.ศ. 1313–1319)[7]
  2. มารีอา เด โมลินา (ค.ศ. 1319–1321)[8]
  3. เฟลิเป เด กัสติยา (ค.ศ. 1321–1325)[9][10]
พระเจ้าเปโดร ผู้โหดร้าย พระโอรสของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 11 26 มีนาคม ค.ศ. 1350 23 มีนาคม ค.ศ. 1369 ถูกสังหารโดยพระเจ้าเอ็นริเกที่ 2


วิกฤตการสืบทอดบัลลังก์

[แก้]

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าเปโดรเกิดวิกฤตการสืบทอดบัลลังก์ขึ้นระหว่างเอ็นริเกแห่งตรัสตามารา พระอนุชาต่างมารดา กับจอห์นแห่งกอนต์ชาวอังกฤษ พระโอรสของพระปนัดดาของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ที่อ้างสิทธิ์ในตำแหน่งกษัตริย์แห่งกัสติยาและเลออนจากการแต่งงานกับกอนสตันซา พระธิดาของพระเจ้าเปโดร เอ็นริเกใช้กำลังยึดบัลลังก์และเผชิญหน้ากับการเคลื่อนไหวทางทหารมากมายหลายครั้งของจอห์นแห่งกอนต์ที่ผนึกสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าฌูเอาที่ 1 แห่งโปรตุเกส ทว่าการสู่รบของจอห์นไม่ประสบความสำเร็จ เอ็นริเกได้สถาปนาราชวงศ์ตรัสตามาราขึ้นมาเป็นราชวงศ์ใหม่ที่ปกครองกัสติยา

ราชวงศ์ตรัสตามารา

[แก้]
Image
ตราประจำพระองค์ของกษัตริย์ในราชบัลลังก์กัสติยาในยุคของพระเจ้าฆวนที่ 2

เอ็นริเก เคานต์แห่งตรัสตามารากลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของราชวงศ์ตรัสตามาราในชื่อพระเจ้าเอ็นริเกที่ 2 แห่งกัสติยา

วันที่ 27 กรฎาคม ค.ศ. 1350 เอ็นริเกได้แต่งงานกับฆวนนา มานูเอล ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดสองคน พระองค์ยังมีบุตรนอกสมรสอีกหลายคน เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1379 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าฆวนที่ 1 แห่งกัสติยาผู้เป็นพระโอรส วันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1375 พระองค์ได้แต่งงานกับเลโอนอร์แห่งอารากอน ทั้งคู่มีพระโอรสที่มีชีวิตรอดสองคน เลโอนอร์สิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรในปี ค.ศ. 1282 พระเจ้าฆวนบุกโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1383 เพื่ออ้างสิทธิ์เป็นกษัตริย์ตามสิทธิ์ของพระมเหสีคนใหม่ เบียตริซแห่งโปรตุเกส แต่ทรงพ่ายแพ้ในปี ค.ศ. 1390 ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน เมื่อพระเจ้าฆวนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1390 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าเอ็นริเกที่ 3 แห่งกัสติยาผู้เป็นพระโอรสคนโต เฟร์นันโด พระโอรสคนที่สองได้รับเลือกเป็นกษัตริย์แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1412

พระเจ้าเอ็นริเกที่ 3 ได้ยุติข้อพิพาทที่ดำเนินมาอย่างยาวนานด้วยการอภิเษกสมรสกับแคทเธอรีนแห่งแลงคาสเตอร์ในปี ค.ศ. 1388 แคทเธอรีนเป็นบุตรสาวของกอนสตันซาแห่งกัสติยา พระธิดาคนโตของพระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยากับมาริอา เด ปาตียา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสามคน พระเจ้าเอ็นริเกสิ้นพระชนม์ในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1406 ด้วยพระชนมายุเพียง 27 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าฆวนที่ 2 พระโอรสเพียงคนเดียวที่มีพระชนมายุเพียง 1 พรรษา ในปี ค.ศ. 1418 พระเจ้าฆวนอภิเษกสมรสครั้งแรกกับมาริอาแห่งอารากอน ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสี่คน แต่มีเพียงอนาคตพระเจ้าเอ็นริเกที่ 4 เพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอด มาริอาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1445 พระเจ้าฆวนอภิเษกสมรสใหม่กับอิซาเบลแห่งโปรตุเกส ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสองคน รัชสมัยของพระเจ้าฆวนเป็นรัชสมัยที่ยาวนาน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1454 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าเอ็นริเกที่ 4 ผู้เป็นพระโอรสคนโต

พระเจ้าเอ็นริเกที่ 4 ได้แต่งงานกับบลังกาแห่งนาวาร์ในปี ค.ศ. 1440 แต่การแต่งงานยังคงไม่สมบูรณ์และถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี ค.ศ. 1453 พระองค์อภิเษกสมรสใหม่กับฌวนนาแห่งโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1455 ในปี ค.ศ. 1462 ฌวนนาให้กำเนิดพระธิดา ฆวนนา ลา เบลตราเนฆา แต่มีคนส่วนหนึ่งไม่มั่นใจว่าฆวนนาเป็นพระธิดาของพระเจ้าเอ็นริเก พระองค์มีพี่น้องต่างมารดาคืออัลฟอนโซกับอิซาเบล การทะเลาะวิวาทเรื่องฌวนนาก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองที่สุดท้ายอัลฟอนโซก็ถูกประกาศให้เป็นทายาทในบัลลังก์ แต่กลับสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1468 อิซาเบลจึงสวมต่อตำแหน่งของพระองค์ เมื่อพระเจ้าเอ็นริเกสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1474 ฆวนนามีโปรตุเกสหนุนหลัง (พระองค์อภิเษกสมรสกับพระเจ้าอาฟงซูที่ 5 พระมาตุลาในปี ค.ศ. 1475) ส่วนอิซาเบลมีอารากอนหนุนหลัง อิซาเบลได้บัลลังก์และกลายเป็นพระราชินีอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา พระองค์ได้แต่งงานกับอนาคตพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1469 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดห้าคน การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของการแต่งงานกันระหว่างราชบัลลังก์กัสติยากับราชบัลลังก์อารากอน ในปี ค.ศ. 1492 ทั้งคู่พิชิตกรานาดา รัฐสุดท้ายของชาวมัวร์ได้ เป็นการยุติการปกครองของชาวมุสลิมในไอบีเรีย

หลังพระราชินีอิซาเบลสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1504 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือฆวนนา พระธิดาคนที่สอง เนื่องจากพระโอรสคนเดียวของพระราชินีอิซาเบลสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 19 พรรษา ส่วนพระธิดาคนโตสิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรตอนพระชนมายุ 27 พรรษา

พระนาม ฉายานาม ความสัมพันธ์ เริ่มต้น สิ้นสุด หมายเหตุ
พระเจ้าเอ็นริเกที่ 2 ผู้เป็นบุตรนอกสมรส พระโอรสนอกสมรสของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11

พระอนุชาต่างมารดาของพระเจ้าเปโดร

23 มีนาคม ค.ศ. 1369 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1379 ทำสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1367–1369) กับพระเจ้าเปโดร
พระเจ้าฆวนที่ 1 พระโอรสของพระเจ้าเอ็นริเกที่ 2 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1379 9 ตุลาคม ค.ศ. 1390
พระเจ้าเอ็นริเกที่ 3 ผู้รวดร้าว พระโอรสของพระเจ้าฆวนที่ 1 9 ตุลาคม ค.ศ. 1390 25 ธันวาคม ค.ศ. 1406
พระเจ้าฆวนที่ 2 พระโอรสของพระเจ้าเอ็นริเกที่ 3 25 ธันวาคม ค.ศ. 1406 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1454 มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ
  1. แคทเธอรันแห่งแลงคาสเตอร์ (ค.ศ. 1406–1418)
  2. เฟร์นันโดแห่งอันเตเกรา (ค.ศ. 1406–1416)
พระเจ้าเอ็นริเกที่ 4 ผู้ไร้อำนาจ พระโอรสของพระเจ้าฆวนที่ 2 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1454 11 ธันวาคม ค.ศ. 1474 ทำสงครามกลางเมืองในปี ค.ศ. 1465–1468 อัลฟอนโซแห่งกัสติยา
พระราชินีอิซาเบลที่ 1 ผู้เป็นชาวคาทอลิก พระธิดาของพระเจ้าฆวนที่ 2

พระขนิษฐาต่างมารดาของพระเจ้าเอ็นริเกที่ 4

11 ธันวาคม ค.ศ. 1474 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1504 หลังปกครองด้วยตนเองเป็นเวลาหนึ่งเดือน พระราชินีอิซาเบลปกครองร่วมกับเฟร์นันโด พระสวามีที่ปกครองกัสติยาตามสิทธิ์ของภรรยาในชื่อ พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 5
พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 5 ผู้เป็นชาวคาทอลิก พระสวามีของพระราชินีอิซาเบลที่ 1 15 มกราคม ค.ศ. 1475 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1504 เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาตามสิทธิ์ของภรรยา

เป็นกษัตริย์แห่งอารากอน (ค.ศ. 1479–1516)

เป็นกษัตริย์แห่งนาวาร์ (ค.ศ. 1514–1516)

พระราชินีฆวนนา ผู้สติไม่ดี พระธิดาของพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 5 กับพระราชินีอิซาเบลที่ 1 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1504 12 เมษายน ค.ศ. 1555 ปกครองในนามร่วมกับพระเจ้าเฟลิเปที่ 1 พระสวามี (ค.ศ. 1504–1506)

เป็นพระราชินีแห่งอารากอน (ค.ศ. 1516–1555)

เป็นพระราชินีแห่งนาวาร์ (ค.ศ. 1515–1555)

ทรงถูกกักขังโดย

  1. ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อาร์ชบิชอปซิสเนรอส (ค.ศ. 1506-1508)
  2. พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 5 พระบิดา (ค.ศ. 1508-1516)
  3. พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 พระโอรส (ค.ศ. 1516–1555)

ราชวงศ์ฮับสบวร์ก

[แก้]
Image
ตราประจำพระองค์ของพระเจ้าเฟลิเปที่ 1

ฆวนนาเป็นราชินีเพียงในนาม ฟิลิป พระสวามีของพระองค์ครองอำนาจเป็นพระเจ้าเฟลิเป (ฟิลิป) ที่ 1 แห่งกัสติยา เมื่อพระเจ้าเฟลิเปสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1506 พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน พระบิดาของพระองค์ทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พระราชินีฆวนนากับพระเจ้าเฟลิเปมีพระโอรสธิดาด้วยกันหกคน เมื่อพระเจ้าเฟร์นันโดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1516 การ์โลส พระโอรสของทั้งคู่ถูกประกาศให้เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาและอารากอนโดยมีอำนาจร่วมกับพระมารดา พระองค์ยังสืบทอดฮับสเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ ต่อจากพระบิดา และทรงได้รับเลือกเป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1519 ในชื่อจักรพรรดิคาร์ลที่ 5

จักรพรรดิคาร์ลอภิเษกสมรสกับอิซาเบลแห่งโปรตุเกส ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1526 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดสามคน อิซาเบลสิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรในปี ค.ศ. 1539 คาร์ลสละตำแหน่งผู้ปกครองดินแดนของชาวสเปนในเดือนมกราคม ค.ศ. 1556 ให้พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 พระโอรสคนเดียวของพระองค์ เดือนกันยายน ค.ศ. 1556 พระองค์สละตำแหน่งจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ให้แฟร์ดินันด์ผู้เป็นพระอนุชา พระเจ้าเฟลิเปภิเษกสมรสสี่ครั้ง พระองค์แต่งงานครั้งแรกกับมาเรีย มานูเอลา เจ้าหญิงแห่งโปรตุเกสผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง มาเรียสิ้นพระชนม์หลังให้กำเนิดพระโอรสชื่อการ์โลสได้สี่วัน จากนั้นพระองค์อภิเษกสมรสกับพระราชินีแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ แต่ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน พระราชินีแมรีสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1558 ในปี ค.ศ. 1559 พระองค์อภิเษกสมรสกับอลิซาเบธแห่งวาลัวส์ ทั้งคู่มีพระธิดาที่มีชีวิตรอดสองคน อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1568 ไม่นานหลังแท้งบุตร ในปี ค.ศ. 1570 พระองค์อภิเษกสมรสกับอานน์แห่งออสเตรีย พระธิดาของพระขนิษฐา ทั้งคู่มีพระโอรสที่มีชีวิตรอดหนึ่งคน คือ อนาคตพระเจ้าเฟลิเปที่ 3 แห่งสเปน พระเจ้าฟิลิปที่ 2 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1598 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระเจ้าฟิลิปที่ 3 พระโอรสเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดซึ่งอภิเษกสมรสกับมาร์เกอริตแห่งออสเตรีย ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งที่ห่างกันหนึ่งขั้น ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันแปดคน แต่มีเพียงสี่คนที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ มาร์เกอริตสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 26 พรรษา ไม่นานหลังให้กำเนิดพระโอรส

พระเจ้าเฟลิเปที่ 3 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1621 ผู้สืบทอดตำแห่งต่อคือพระเจ้าเฟลิเปที่ 4 ผู้เป็นพระโอรส ในปี ค.ศ. 1615 พระองค์ได้แต่งงานกับอลิซาเบธแห่งฝรั่งเศส ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาเจ็ดคน แต่มีเพียงพระธิดาคนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1644 และในปี ค.ศ. 1649 พระเจ้าเฟลิเปอภิเษกสมรสใหม่กับมาเรียนาแห่งออสเตรีย พระธิดาของพระขนิษฐา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันห้าคน แต่มีเพียงสองคนที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ พระเจ้าการ์โลสที่ 2 พระโอรสเพียงคนเดียวของพระองค์คือผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระบิดาที่สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1661 พระเจ้าการ์โลสมีความบกพร่องทั้งทางจิตและทางร่างกายเนื่องจากมีการแต่งงานกันในสายเลือดเดียวกันมาหลายรุ่น พระองค์อภิเษกสมรสสองครั้ง ครั้งแรกกับมารี หลุยส์แห่งเออร์ลีย็องส์ที่สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1689 และครั้งที่สองกับมาเรีย อันนาแห่งนอยบวร์ก พระองค์ไม่มีพระโอรสธิดากับพระมเหสีทั้งสองคน

เมื่อพระเจ้าการ์ลอสสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1700 สงครามสืบราชบัลลังก์สเปนก็อุบัติขึ้น เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ดินแดนถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นประเทศเดียวภายใต้ราชบัลลังก์สเปน โดยมีผู้ปกครองคือพระเจ้าเฟลิเปที่ 5 แห่งสเปน พระปนัดดาของพระเจ้าเฟลิเปที่ 4 ผ่านทางพระธิดาจากการแต่งงานครั้งแรก

พระนาม ฉายานาม ความสัมพันธ์ เริ่มต้น สิ้นสุด หมายเหตุ
พระเจ้าเฟลิเปที่ 1 ผู้หล่อเหลา พระสวามีของพระราชินีฆวนนาที่ 1 26 พฤศจิกยน ค.ศ. 1504 25 กันยายน ค.ศ. 1506 เป็นกษัตริย์ตามสิทธิ์ของภรรยา ปกครองในนามของพระราชินีฆวนนาที่ 1 พระมเหสี
พระเจ้าการ์โลสที่ 1 ผู้เป็นจักรพรรดิ พระโอรสของพระเจ้าเฟลิเปที่ 1 กับพระราชินีฆวนนาที่ 1 13 มีนาคม ค.ศ. 1516 16 มกราคม ค.ศ. 1556 ปกครองร่วมกับพระราชินีฆวนนา พระมารดาที่ถูกกักขังจนถึงปี ค.ศ. 1555

เป็นกษัตริย์แห่งอารากอน (ค.ศ. 1516–1555)

สละราชบัลลังให้พระโอรสในปี ค.ศ. 1556

สิ้นพระชนม์ 21 กันยายน ค.ศ. 1558

พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 ผู้สุขุม พระโอรสของพระเจ้าการ์ลอสที่ 1 16 มกราคม ค.ศ. 1556 13 กันยายน ค.ศ. 1598 กษัตริย์คนแรกที่ถูกขนานนามในตำแหน่ง กษัตริย์แห่งสเปน เป็นหลัก
พระเจ้าเฟลิเปที่ 3 ผู้ศรัทธา พระโอรสของพระเจ้าเฟลิเปที่ 2 13 กันยายน ค.ศ. 1598 31 มีนาคม ค.ศ. 1621
พระเจ้าเฟลิเปที่ 4 มหาราช พระโอรสของพระเจ้าเฟลิเปที่ 3 31 มีนาคม ค.ศ. 1621 17 กันยายน ค.ศ. 1665
พระเจ้าการ์โลสที่ 2 ผู้ต้องสาป พระโอรสของพระเจ้าเฟลิเปที่ 4 17 กันยายน ค.ศ. 1665 1 พฤศจิกายน ค.ศ.

อ้างอิง

[แก้]
  1. "El Dialecto Leonés" (Menéndez Pidal, 1906)
  2. Muñoz Machado, Santiago (2002). The great processes of the history of Spain . Editorial Critica. p.40. ISBN 9788484323471 .
  3. by Francisco Olmos, José María; Novoa Portela, Feliciano (2008). History and evolution of the lead seal . Royal Matritense Academy of Heraldry and Genealogy. p.86. ISBN 9788488833044 .
  4. DAS (1797). Historical compendium of the Kings of Aragon from its first monarch until its union with Castile . Volume I. Madrid: Real Printing. OCLC 837784443, p. 238.
  5. Ortiz and Sanz, Joseph (1797). Chronological Compendium of the History of Spain: From the Most Remote Times, to Our Days . 4. Real Printing, p.221.
  6. VV.AA. (1862). General history of Spain and its Indies: from ancient times until today ... . 3. Spanish bookstore. p.629.).
  7. Manrique, Cayetano (1862). History of the legislation and recitations of the civil law of Spain . 3. National Printing. p.170.
  8. Cortés Martínez, Inmaculada (2006). Ibn Khaldun The Mediterranean in the fourteenth century: rise and decline of the empires. The Iberian Peninsula. The Mediterranean environment . The Andalusian legacy Foundation. p.83. ISBN 9788496395237 .
  9. Cortés Martínez, Inmaculada (2006). Ibn Khaldun The Mediterranean in the fourteenth century: rise and decline of the empires. The Iberian Peninsula. The Mediterranean environment . The Andalusian legacy Foundation. p.83. ISBN 9788496395237 .
  10. Fulgosio, Fernando (1869). Chronicle of the province of Valladolid . Blond. p.30.

ดูเพิ่ม

[แก้]