น้ำขึ้นลง
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |


น้ำขึ้นลง (อังกฤษ: tide) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ระดับน้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นและลงเป็นคาบ เกิดจากแรงดึงดูดระหว่างโลกกับดวงจันทร์เป็นหลัก และดวงอาทิตย์เป็นปัจจัยรอง โดยอิทธิพลของดวงอาทิตย์มีประมาณครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์ แรงดึงดูดดังกล่าวส่งผลต่อมวลน้ำบนพื้นผิวโลก ทำให้เกิดการกระจายตัวของน้ำทะเลไม่สม่ำเสมอ[1]
น้ำขึ้นจะเกิดขึ้นพร้อมกันในสองบริเวณของโลก คือบริเวณที่หันเข้าหาดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ และบริเวณที่อยู่ด้านตรงข้ามของโลก ปรากฏการณ์น้ำขึ้นลงสูงสุดเรียกว่า “น้ำเกิด” (spring tide) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน มักเกิดในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ และแรม 15 ค่ำ ขณะที่ช่วงที่ระดับน้ำขึ้นลงแตกต่างกันน้อยที่สุดเรียกว่า “น้ำตาย” (neap tide) เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ทำมุมตั้งฉากกัน ตรงกับช่วงวันขึ้น 8 ค่ำ และแรม 8 ค่ำ
การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งก่อให้เกิดกระแสน้ำขึ้นลง (tidal current) ซึ่งอาจมีความเร็วสูงถึงประมาณ 7–8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงน้ำขึ้น กระแสน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่งหรือลำน้ำสายย่อยเรียกว่า “น้ำท่วมฝั่ง” (flood tide) ส่วนกระแสน้ำที่ไหลออกเมื่อระดับน้ำลดลงเรียกว่า “น้ำหนีฝั่ง” (ebb tide)
พื้นที่ราบต่ำบริเวณชายฝั่งที่ถูกน้ำทะเลท่วมถึงเป็นประจำเรียกว่า “หาดโคลน” (tidal flat หรือ mud flat) ซึ่งอาจประกอบด้วยดินหรือทราย หาดโคลนที่มีดินโคลนละเอียดมักพัฒนาเป็น “ลุ่มดินเค็ม” (salt marsh) ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญ และบางพื้นที่ยังเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งเพาะพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตชายฝั่ง เช่น หอยหลอด
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Ocean tides". 20 มกราคม 2569.