ข้ามไปเนื้อหา

ลัทธิโอลิมปิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ลัทธิโอลิมปิก (อังกฤษ: Olympism) หมายถึง ปรัชญาของกีฬาโอลิมปิก โดยหลักการพื้นฐานของลัทธิโอลิมปิกได้ระบุไว้ในกฎบัตรโอลิมปิก

ลัทธิโอลิมปิกเป็นปรัชญาที่มุ่งผสานกีฬาเข้ากับวัฒนธรรม การศึกษา และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสุขจากความพยายาม คุณค่าทางการศึกษาของแบบอย่างที่ดี ความรับผิดชอบต่อสังคม และการเคารพหลักจริยธรรมสากล เป้าหมายสูงสุดคือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการพัฒนาของมนุษยชาติและการธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

หลักการของลัทธิโอลิมปิกรวมถึงแนวคิดที่ว่าความสามารถในการเข้าร่วมกีฬาถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ลัทธิโอลิมปิกเน้นว่าบุคคลควรเข้าถึงกีฬาได้อย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ และกิจกรรมเหล่านี้ควรดำเนินไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความยุติธรรมและมิตรภาพ

การไม่เลือกปฏิบัติเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของลัทธิโอลิมปิก โดยยึดถือว่าบุคคลควรสามารถเข้าร่วมกีฬาได้โดยไม่เผชิญการเลือกปฏิบัติจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น เชื้อชาติ เพศ รสนิยมทางเพศ ศาสนา และสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม

บุคคลที่ยึดถือหรือสนับสนุนลัทธิโอลิมปิกอาจเรียกการกระทำของตนว่าเป็นการ “ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง”

ทั้งนี้ มีบุคคลบางส่วนแสดงความกังขาต่อลัทธิโอลิมปิก โดยระบุว่าการบรรลุอุดมคติทั้งหมดอาจเป็นไปได้ยาก และชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างที่การแข่งขันไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้ได้[1]

การนำลัทธิโอลิมปิกไปปฏิบัติ

[แก้]

ปัจจุบันมีหกกิจกรรมที่อยู่ภายใต้โครงการ “ลัทธิโอลิมปิกในการปฏิบัติ” ได้แก่ การพัฒนาผ่านกีฬา การศึกษาผ่านกีฬา สันติภาพผ่านกีฬา กีฬาและสิ่งแวดล้อม กีฬาเพื่อทุกคน และสตรีกับกีฬา[2] โดยกิจกรรมเหล่านี้ได้รับการรับรองจากขบวนการโอลิมปิก

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) สนับสนุนแนวคิด การพัฒนาผ่านกีฬา โดยทำงานร่วมกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนรับรู้ เข้าใจ และเรียนรู้โลกผ่านกิจกรรมทางกีฬา[3]

สำหรับ การศึกษาผ่านกีฬา ไอโอซีได้จัดทำโครงการการศึกษาเชิงคุณค่าของโอลิมปิก (Olympic Values Education Programme; โอเว็ป) เพื่อสอนผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับประโยชน์ของการมีกิจกรรมทางกายและการเล่นกีฬา[4]

ประธานไอโอซี โทมัส บัค แสดงการสนับสนุนต่อแนวคิด สันติภาพผ่านกีฬา โดยกล่าวว่า “นักกีฬาโอลิมปิกแสดงให้ทั้งโลกเห็นว่าเป็นไปได้ที่จะแข่งขันกัน ขณะเดียวกันก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นทุกวันนี้ กีฬาโอลิมปิกยิ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคย”[5]

เพื่อสนับสนุนแนวคิด กีฬาและสิ่งแวดล้อม ไอโอซีเป็นผู้สนับสนุนหลักของชุดเครื่องมือกีฬาและกิจกรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Sport and Events Toolkit; เอสเอสอี) ซึ่งมุ่งเน้นแนวทางที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติควรใช้ในการคัดเลือกเมืองเจ้าภาพ รวมถึงการก่อสร้างสถานที่จัดการแข่งขัน การคมนาคม และที่พักสำหรับนักกีฬาและผู้มาเยือน[6]

ไอโอซีดำเนินงานด้าน กีฬาเพื่อทุกคน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงกีฬาโดยไม่คำนึงถึงเพศ เชื้อชาติ หรือชนชั้นทางสังคม[7]

ด้าน สตรีกับกีฬา เป็นแนวทางที่ไอโอซีใช้ในการสนับสนุนและยกระดับความเสมอภาคทางเพศ ผ่านการพัฒนาภาวะผู้นำ การรณรงค์เชิงสนับสนุนและสร้างการรับรู้ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนสตรีในตำแหน่งผู้นำขององค์กร[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Walsh, Bryan (5 February 2022). "The Olympic ideal is about world peace. The Olympic reality is far from it". Vox (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 12 February 2022.
  2. "What is Olympism? - Olympic rings and other olympic marks – FAQ". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2020-12-02. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-01-19. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  3. "Social Development through sport". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2020-11-09. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-04-17. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  4. "Olympic Values Education Programme". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2021-04-01. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-03-29. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  5. "IOC Programmes for Peace – Promoting Peace Through Sport". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2020-11-09. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-04-17. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  6. "Updated version of the Sustainable Sport and Environment Toolkit available now – Olympic News". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2020-11-08. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-03-25. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  7. "Sport for All". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2021-04-04. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-03-26. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.
  8. "Gender Equality in Sport". International Olympic Committee (ภาษาอังกฤษ). 2021-03-26. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-03-23. สืบค้นเมื่อ 2021-04-03.