สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
| สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี | |
|---|---|
| เจ้าฟ้าชั้นเอก กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา | |
พระฉายาลักษณ์ พ.ศ. 2556 | |
| เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา | |
| ดำรงตำแหน่ง 4 กันยายน พ.ศ. 2555 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 | |
| นายกรัฐมนตรี | ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ก่อนหน้า | สมศักดิ์ สุริยวงศ์ |
| ถัดไป | อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร |
| ประสูติ | 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| ราชสกุล | มหิดล |
| ราชวงศ์ | จักรี |
| พระราชบิดา | พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| พระราชมารดา | พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ |
| ศาสนา | พุทธเถรวาท |
| อาชีพ |
|
| ลายพระอภิไธย | |
พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระนามเดิม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา; ประสูติ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และนอกจากนี้พระองค์ยังมีพระขนิษฐาและพระอนุชาต่างพระมารดาอีกสองพระองค์คือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ[1] และต่อมาทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทั้งตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์[2] และตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[3] ตามลำดับ
พระประวัติ
พระประสูติกาล
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ[4][5] ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเมีย สัมฤทธิศก จ.ศ. 1340 ตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต[6] เป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระอิสริยยศเดิมเมื่อแรกประสูติคือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
การศึกษา
- ระดับอนุบาล ประถมและมัธยมต้น ณ โรงเรียนราชินี
- ระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
- ระดับปริญญาตรี ใน ปี พ.ศ. 2544 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง[7]
- ระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
- เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา 2547
- Master of Laws (LL.M.), มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
- Doctor of the Science of Law (J.S.D.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา[8]
สถาปนาและเฉลิมพระนาม
ตามโบราณราชประเพณี เมื่อพระมหากษัตริย์บรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมทรงสถาปนาพระเกียรติยศพระบรมวงศานุวงศ์ ดังนั้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความวิริยะอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาถึงรัชกาลปัจจุบัน ได้แบ่งเบาพระราชภาระเป็นอันมาก จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาและเฉลิมพระนาม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1[9]
ทรงกรม
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย
นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์[10]
ทั้งนี้ ในหนังสือรวมเรื่องและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับราชสำนัก พ.ศ. 2565 ได้ระบุพระนามอย่างย่อไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา[11]
ทรงพระประชวร
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย ขณะทรงทำการฝึกสุนัขทรงเลี้ยงเพื่อร่วมแข่งขันในรายการ Thailand Working Dog Championship by Royal Thai Army 2022 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 10–19 ธันวาคม ณ สนามฝึก กองพันสุนัขทหาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คณะแพทย์ประจำพระองค์จึงกราบทูลเชิญเสด็จไปปฐมพยาบาล ณ โรงพยาบาลปากช่องนานา จนพระอาการประชวรคงที่ในระดับหนึ่งจึงเชิญเสด็จประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเพื่อเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการตรวจพระวรกายอย่างละเอียด[12]
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรฉบับที่ 2 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้รายงานว่า พระอาการโดยรวมคงที่ในระดับหนึ่ง จังหวะการเต้นของพระหทัยควบคุมได้ด้วยพระโอสถ ผลการตรวจพระหทัยพบว่าพระหทัยยังบีบตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผลการฉีดสีของหลอดเลือดพระหทัยไม่พบความผิดปกติ โดยคณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถและเครื่องมือช่วยการทำงานของพระหทัย พระปัปผาสะ พระวักกะ และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด[13]
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2566 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรฉบับที่ 3 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้สรุปการวินิจฉัยว่าพระอาการประชวรหมดพระสติ เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของพระหทัยแบบรุนแรง จากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma) ทำให้ทรงพระประชวรหมดพระสติในเวลาต่อมา ส่วนพระอาการประชวรโดยรวมในขณะนั้นยังไม่ทรงรู้พระองค์[14]
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรฉบับที่ 4 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า จากการถวายพระโอสถและเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระปัปผาสะและพระวักกะมาโดยตลอด คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อเป็นครั้งคราว จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา คณะแพทย์ตรวจพบว่าทรงมีพระอาการติดเชื้อรุนแรงและเข้าในกระแสพระโลหิต ทำให้ต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน รวมทั้งถวายพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต เพื่อรักษาความดันพระโลหิตให้คงที่เนื่องจากความดันพระโลหิตต่ำ[15]
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรฉบับที่ 5 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า พระองค์ยังมีความดันพระโลหิตต่ำอยู่ คณะแพทย์ยังต้องถวายพระโอสถเพื่อกระตุ้นความดันพระโลหิต ร่วมกับพระโอสถปฏิชีวนะและการใช้อุปกรณ์ทดแทนการทำงานของพระวักกะและช่วยหายพระทัยอย่างต่อเนื่อง[16]
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรฉบับที่ 6 โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า พระอาการติดเชื้อโดยรวมดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่หลังจากหยุดถวายพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต โดยคณะแพทย์ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ และยังถวายเครื่องช่วยการทำงานของพระปัปผาสะและพระวักกะอย่างต่อเนื่อง และยังเฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด[17]
พระกรณียกิจ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านสาธารณกุศล ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และด้านกฎหมายซึ่งทรงมีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนปฏิบัติพระกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณในการเสด็จแทนพระองค์อยู่โดยเสมอมา เมื่อครั้งที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงร่วมงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ และทรงอัญเชิญธรรมจักร ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย มากไปกว่านั้น ด้านการต่างประเทศ ยังทรงเข้าทำงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

ทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะนักการทูตด้วยความเป็นผู้นำและเสียสละ อุทิศทุ่มเท ด้วยพระอัธยาศัยและพระจริยวัตรอันงามสง่า ประกอบกับพระปรีชาสามารถ พระปฏิภาณไหวพริบเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวต่างชาติ ช่วยเพิ่มพูนบทบาทและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมทั้งได้นำความก้าวหน้ามาสู่การทูตพหุภาคีของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พระภารกิจที่ทรงปฏิบัติในฐานะนักการทูต มีมากมายหลายประการ อาทิ ทรงเป็นองค์ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ ๖๐ ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงรับผิดชอบงานในกรอบคณะกรรมการที่ ๓ (Third Committee) ได้แก่ เรื่องการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สิทธิมนุษยชนผู้อพยพ การย้ายถิ่นฐาน และคณะกรรมการที่ ๖ (Sixth Committee) ได้แก่ เรื่องกฎหมายทะเล กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อผลประโยชน์และการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานข้อคิดเห็นและข้อสังเกตให้แก่คณะทูตถาวรฯ และกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณา อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดท่าทีของประเทศไทยในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ
ด้านกฎหมาย
- พ.ศ. 2549 - อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด[18]
- พ.ศ. 2550 - อัยการประจำกอง (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานคดียาเสพติด[19]
- พ.ศ. 2551 - อัยการจังหวัดผู้ช่วย (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี[20]
- พ.ศ. 2552 - รองอัยการจังหวัดอุดรธานี (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี[21]
- พ.ศ. 2553 - รองอัยการจังหวัดพัทยา (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา[22]
- พ.ศ. 2554 - รองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู[23]
- พ.ศ. 2554 - อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการชั้น 4) สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน[24]
- 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการชั้น 4) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู[25]
- 3 เมษายน พ.ศ. 2560 - อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง (ข้าราชการอัยการชั้น 4)[26]
- 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 - อัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น 5) สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด[27]
ด้านการต่างประเทศ
- พ.ศ. 2555 - เอกอัครราชทูต (นักบริหารระดับสูง) ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย[28]
- 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐออสเตรีย[29]
- 7 มกราคม พ.ศ. 2556 - เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวาเกีย อีกตำแหน่งหนึ่ง[30]
- 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวีเนีย อีกตำแหน่งหนึ่ง[31]
ด้านการศึกษา
ทรงเป็นอาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[32]
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการดำเนิน โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีขึ้นในขณะที่มีอุทกภัยครั้งร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2538 และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จนภาคราชการและองค์กรการกุศลที่มีอยู่มิอาจให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนอันเกิดจากความเครียดอันเนื่องมาจากการป้องกันน้ำให้ท่วมในวงจำกัด ผู้ที่เดือนร้อนจึงรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง ขาดความเห็นอกเห็นใจ ต้องได้รับความเดือดร้อนเฉพาะชาวพื้นที่ของตนเอง ขณะที่พื้นที่ติดกันได้รับความสะดวกสบายอย่างเป็นปกติ
ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงออกปฏิบัติภารกิจในโครงการฯ เป็นครั้งแรก โดยเสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย ได้เสด็จพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด
การออกปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ส่งผลให้เหตุการณ์สงบลง จากนั้นมาโครงการฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 และได้พัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา
นอกจากนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดให้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ พิชิต สุวรรณประกร เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพ 3,000 ถุง ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ[33]
โครงการกำลังใจ ในพระดำริ
ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรก เสด็จเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง
โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ “Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”
มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ
เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 โดยประทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส มูลนิธิ ณภาฯ จึงได้ดำเนินการตามพระดำริดังกล่าว เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิ ณภาฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา "จัน" และ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา "ธรา" โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป
มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์
- มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
- มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
- เครือข่ายคนรักน้องหมา
- กองทุนกำลังใจ
- ศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)
พระเกียรติยศ
พระอิสริยยศ
- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 — 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี[34] (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562)
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา[35] (28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 — ปัจจุบัน)
เครื่องราชอิสริยยศราชูปโภค
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชูปโภคสำหรับสมเด็จเจ้าฟ้า ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีรายการดังต่อนี้
- พานพระศรี (พานใส่หมากพลู) ทองคำลงยา เครื่องพร้อม
- พระสุพรรณศรี (กระโถนเล็ก) ทองคำลงยา
- หีบพระศรีทองคำลงยา พร้อมพานรอง
- พระคนโททองคำลงยา พร้อมพานรอง
- พานเครื่องพระสำอาง พร้อมพระสางวงเดือนกับพระสางเสนียดสอดในซองเยียรบับ และพระกรัณฑ์ทองคำลงยาสำหรับบรรจุเครื่องพระสำอาง
- ราวพระภูษาซับพระพักตร์ทองคำลงยารูปพญานาค 2 ตน ขนดหางพันเกลียวเป็นเสาราว ผินเศียรไปทางซ้ายและขวาเป็นราวพาด 2 กิ่ง พร้อมซับพระพักตร์จีบริ้วพาดบนราว 2 องค์
- พระฉายกรอบทองคำลงยาทำเป็นรูปพญานาคขนดพันกันโดยรอบบานพระฉาย ด้านบนเป็นรูปพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
- พ.ศ. 2562 –
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) (ฝ่ายใน)[34] - พ.ศ. 2562 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (น.ร.) (ฝ่ายใน)[35] - พ.ศ. 2534 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) (ฝ่ายใน)[36] - พ.ศ. 2548 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[37] - พ.ศ. 2539 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[38] - พ.ศ. 2538 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)[39] - พ.ศ. 2565 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ[40] - พ.ศ. 2527 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 1 (ภ.ป.ร.1)[41] - พ.ศ. 2562 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 (ว.ป.ร.1)[34] - พ.ศ. 2568 –
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)[42]
ต่างประเทศ
ออสเตรีย :
- พ.ศ. 2557 -
เครื่องอิสริยาภรณ์กิตติคุณแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย ชั้นมหาอิสริยาภรณ์ทอง
- พ.ศ. 2557 -
พระยศทางทหาร
พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา | |
|---|---|
| รับใช้ | กองทัพบกไทย |
| ประจำการ |
|
| ชั้นยศ | |
- 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543: ว่าที่ร้อยตรีหญิง, ร้อยตรีหญิง[43] และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์[44]
- 23 ตุลาคม พ.ศ. 2545: ร้อยโทหญิง[45]
- 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545: นายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์[46]
- 10 กันยายน พ.ศ. 2547: ร้อยเอกหญิง[47]
- 4 มีนาคม พ.ศ. 2561: พลตรีหญิง[48] และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[49]
- 27 กันยายน พ.ศ. 2562: พลโทหญิง[50]
- 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564: พลเอกหญิง และทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[2]
- 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568: พลเอก (พิเศษ) หญิง และทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[3]
การเฉลิมพระเกียรติ
พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 4 รอบ 7 ธันวาคม 2569
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ (พฤศจิกายน 2025) |
| พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 4 รอบ 7 ธันวาคม 2569 | |
|---|---|
| วันที่ | 7 ธันวาคม พ.ศ. 2569 |
| ประเทศ | ประเทศไทย |
| ผู้เข้าร่วม | |
| จัดโดย | รัฐบาลไทย |
พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 4 รอบ 7 ธันวาคม 2569 เป็นชื่องานฉลองที่ประกอบด้วยพระราชพิธี รัฐพิธี และราษฎรพิธี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบ (48 พรรษา) ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2569 โดยเป็นพระราชพิธีฉลองพระชนมายุครบรอบปีนักษัตรครั้งแรกของพระองค์ ร่วมกันจัดขึ้นโดยรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และประชาชนชาวไทย
พระราชพิธี (วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2569)
พระเกียรติคุณ
- รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ
- รางวัล Medal of Recognition
หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จากทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ
- ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)
ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระองค์ประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง[51]
ปริญญากิตติมศักดิ์
- พ.ศ. 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- พ.ศ. 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
- พ.ศ. 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
- พ.ศ. 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
- พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- พ.ศ. 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
- พ.ศ. 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
- พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- พ.ศ. 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- พ.ศ. 2562 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
- พ.ศ. 2563 ปริญญาพยาบาลศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สิ่งอันเนื่องด้วยพระนาม
การแพทย์และสาธารณสุข
- อาคารพัชรกิติยาภา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
สถาบันการศึกษา
- อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
- อาคารพัชรกิติยาภา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
- อาคารพัชรปัญญา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
- โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 นครพนม
- โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 2 กำแพงเพชร
- โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี
ศาสนสถาน
- วัดพัชรกิติยาภาราม ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู
- พระวิหารกรรมฐานพัชรกิติยาภา วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
- อาคารปริยัติพัชรกิติยาภา ๒๕๕๘ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
- เรือนประทับพัชรธรรม วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ศาสนวัตถุ
- พระพุทธรัตนเอกโกเมนทร์ วัดพัชรกิติยาภาราม ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู
อื่น ๆ
- อาคารเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
- อาคารเฉลิมพระเกียรติพัชรกิติยาภา สำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
พงศาวลี
อ้างอิง
- ↑ ได้รับพระราชโองการแต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ
- 1 2 ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศ เรื่อง ให้รับโอนข้าราชการฝ่ายอัยการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานพระยศทหาร หน้า ๑ เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๕ ง, ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
- 1 2 "พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารรับราชการ [พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 142 (พิเศษ 277 ง): 1. 20 สิงหาคม 2568. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ August 21, 2025.
- ↑ "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก - ประวัติมูลนิธิฯ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-07-11. สืบค้นเมื่อ 2006-08-25.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศเฉลิมพระนาม (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ), เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๔๐ก ฉบับพิเศษ, ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
- ↑ หนังสือจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ 5 ทศวรรษ (2539) โดย : มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช
- ↑ ":: มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ::". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-07-11. สืบค้นเมื่อ 2006-08-25.
- ↑ "Commencement 2005: Cell phones, cameras, congratulations, challenges and a princess". Cornell Univesity News Service. May 29, 2005. สืบค้นเมื่อ 2011-10-21.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๑๕ ข หน้า ๘, ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๑ ข หน้า๑, ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖
- ↑ "การกราบบังคมทูล". หน่วยราชการในพระองค์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2025.
- ↑ "สำนักพระราชวัง แถลงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงพระประชวร". บีบีซีไทย. 15 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2025.
- ↑ "แถลงการณ์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ฉบับที่ 2". ไทยพีบีเอส. 19 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2025.
- ↑ "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 3 "พระองค์ภา" พระอาการโดยรวมในขณะนี้ยังไม่ทรงรู้พระองค์". พีพีทีวี เอชดี 36. 8 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2024.
- ↑ "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 4 อาการพระประชวร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา". มติชน. 15 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2025.
- ↑ "สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ฉบับ 5 "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ทรงพระประชวร". ไทยพีบีเอส. 19 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2025.
- ↑ "แถลงการณ์ฉบับ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่". สปริงนิวส์. 31 สิงหาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2025.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๓, ตอนพิเศษ ๙๕ ง, ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙, หน้า ๑๔
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๔, ตอน ๑๑๒ ง, ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๕, ตอนพิเศษ ๗๔ ง, ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๖, ตอนพิเศษ ๓๙ ง, ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๒๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๗, ตอนพิเศษ ๔๔ ง, ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓, หน้า ๑๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๘, ตอนพิเศษ ๓๗ ง, ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๑๑ ง, ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๑
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งข้าราชการอัยการ
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ,เล่ม ๑๓๔, ตอนพิเศษ ๖๙ ง, ๖ มีนาคม ๒๕๖๐, หน้า ๑
- ↑ อัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น 5)
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๒๔ ง, ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง, ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๔
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสโลวัก, เล่ม ๑๓๐, ตอนพิเศษ ๑๐ ง, ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสโลวีเนีย, เล่ม ๑๓๐, ตอนพิเศษ ๓๓ ง, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖, หน้า ๕
- ↑ รายชื่ออาจารย์พิเศษ[ลิงก์เสีย]
- ↑ ""พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ" มอบถุงยังชีพ 3 พันชุดช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-16. สืบค้นเมื่อ 2011-03-18.
- 1 2 3 "ประกาศสถาปนา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (15ข): 8. 2019-05-05.
- 1 2 "ประกาศประกาศ เรื่อง สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (41ข): 1. 2019-07-28. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-07-28. สืบค้นเมื่อ 2019-07-28.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน (เพิ่มเติม) ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๔) เก็บถาวร 2014-04-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๘, ตอน ๘๑ ง ฉบับพิเศษ, ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์) เก็บถาวร 2005-12-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๒, ตอน ๒๐ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘, หน้า ๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย) เก็บถาวร 2014-04-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนเล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณภรณ์ จำนวน ๘ พระองค์) เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๗ ข เล่มที่ ๐๐๓, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ, เล่ม ๑๓๙, ตอน ๒๘ ข, ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๑๐๑, ตอน ๑๖๒ ง ฉบับพิเศษ, ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗, หน้า ๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานเหรียญจักรมาลา หน้า ๑ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙ ข, ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอพระราชทานพระยศทหาร เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๙ ข, ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ, เล่ม ๑๑๘, ตอน ๒ ง, ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร, เล่ม ๑๑๙, ตอน ๒๔ ข, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๙, ตอน ๑๑๘ ง, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕, หน้า ๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร, เล่ม ๑๒๑, ตอน ๒๖ ข, ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, หน้า ๑
- ↑ พระราชโองการ ประกาศ พระราชทานพระยศ, เล่ม ๑๓๕, ตอน ๘ ข หน้า ๑ ๕ มีนาคม ๒๕๖๑
- ↑ พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ[ลิงก์เสีย], เล่ม ๑๓๕ ตอน ๔๘ ง พิเศษ หน้า ๒ ๕ มีนาคม ๒๕๖๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานพระยศ, เล่ม ๑๓๖, ตอน ๕๓ ข, ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒, หน้า ๑
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-07-26. สืบค้นเมื่อ 2010-01-28.
แหล่งข้อมูลอื่น
- พระประวัติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา[ลิงก์เสีย]
- มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย[ลิงก์เสีย]
- โครงการกำลังใจ ในพระดำริ เก็บถาวร 2013-09-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2521
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- ราชวงศ์จักรี
- เจ้าฟ้าหญิง
- ราชสกุลมหิดล
- ราชสกุลกิติยากร
- ราชสกุลยุคล
- รัชกาลที่ 10
- พระราชธิดาในพระมหากษัตริย์ไทย
- พุทธศาสนิกชนชาวไทย
- บุคคลจากโรงเรียนราชินี
- บุคคลจากโรงเรียนจิตรลดา
- บุคคลจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- บุคคลจากสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- นักกฎหมายชาวไทย
- นักการทูตชาวไทย
- สามัญสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
- ข้าราชการฝ่ายอัยการชาวไทย
- ทหารบกชาวไทย
- ผู้ได้รับเหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร.1 (ร.10)
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยมหิดล
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
- กรมหลวง
- บุคคลจากเขตดุสิต