สวนลุมพินี
| สวนลุมพินี | |
|---|---|
![]() | |
| ประเภท | สวนสาธารณะระดับย่าน |
| ที่ตั้ง | แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร |
| พิกัด | 13°43′50″N 100°32′30″E / 13.73056°N 100.54167°E |
| พื้นที่ | 142 เอเคอร์ (57 เฮกตาร์) 360 ไร่ |
| เปิดตัว | พ.ศ. 2468 |
| ผู้ดำเนินการ | |
| สถานะ | 04.30 – 22.00 น. ทุกวัน |
| ขนส่งมวลชน | |
| ชื่อที่ขึ้นทะเบียน | พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและสวนลุมพินี |
| เป็นส่วนหนึ่งของ | โบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร |
| เลขอ้างอิง | 0005516 |
สวนลุมพินี หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า สวนลุม เป็นสวนสาธารณะระดับย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร บนที่ดินขนาดใหญ่จำนวน 360 ไร่ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ล้อมรอบด้วยถนนทั้ง 4 ด้าน คือ ถนนพระรามที่ 4 ถนนราชดำริ ถนนวิทยุ และถนนสารสิน ในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. 2468 ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลโดยกรุงเทพมหานคร
เดิมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินผืนนี้ไว้สำหรับการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยเป็นครั้งแรก และหลังจากจัดงานเสร็จสิ้นแล้วให้จัดทำเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชนเข้ามาพักอาศัย พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า "สวนลุมพินี" ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ประสูติของพระโคตมพุทธเจ้าในประเทศเนปาล แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตก่อน งานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์จึงถูกยกเลิก
ประวัติ
[แก้]การเตรียมพื้นที่จัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์
[แก้]สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร เป็นพระราชมรดกที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า (รัชกาลที่ 6) พระราชทานไว้แก่ชาวพระนคร โดยมีจุดเริ่มต้นใน พ.ศ. 2468 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงครองราชสมบัติครบ 15 ปี เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประกอบกับเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จึงมีพระราชดำริที่จะจัดงานแสดงพิพิธภัณฑ์สรรพสินค้าและทรัพยากรธรรมชาติ ดังเช่นประเทศตะวันตกที่ทำได้ผลมาแล้ว เรียกว่า สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ โดยทรงเลือกบริเวณทุ่งศาลาแดง ซึ่งเป็นที่ดินส่วนพระองค์ที่เหลือจากการแบ่งไปให้เป็นพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปแล้ว เป็นสถานที่จัดงานเพื่อขยายกรุงเทพมหานครออกสู่ชานเมืองมากยิ่งขึ้น และทรงสละพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการเตรียมสถานที่ พร้อมทั้งหารายได้จากการออกสลาก รายได้จากการจัดงาน และเงินบริจาคจากประชาชน[1] โดยมีพระราชดำริว่าเมื่อเลิกการจัดงานแล้ว สถานที่จัดงานดังกล่าวควรจัดทำเป็นสวนพฤกษชาติ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและใช้พักผ่อน ส่วนรายละเอียดงานประกอบด้วยการแสดงหัตถกรรม 11 อย่าง ที่จะมีการประกวดชิงรางวัลทั้งหมด มีกำหนดจัดงานในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ. 2468 (นับศักราชแบบเก่า) และมีกำหนดพิธีเปิดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2468[2] ครั้งนั้นมีการขุดสระกว้าง สร้างเกาะลอยกลางน้ำ ตัดถนน และสร้างถาวรวัตถุ เช่น หอนาฬิกา ตึกแบบกรีก โดยพระองค์พระราชทานชื่อสวนสาธารณะว่า สวนลุมพินี ตามชื่อสถานที่ประสูติแห่งพระโคตมพุทธเจ้า ณ ตำบลลุมพินีวัน ประเทศเนปาล แต่เนื่องด้วยพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ก่อนกำหนดเปิดงานประมาณ 2 เดือน งานดังกล่าวจึงถูกยกเลิกไปเนื่องจากอยู่ในช่วงไว้ทุกข์แด่พระองค์[3]
พื้นที่ทิ้งขยะในจังหวัดพระนคร
[แก้]เมื่อสิ่งก่อสร้างสำหรับงานถูกรื้อถอนออกไป สวนลุมพินีจึงถูกปล่อยเป็นพงรก[4] สองปีต่อมา (พ.ศ. 2470) กรมนคราทร กระทรวงมหาดไทย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกรมโยธาเทศบาล กรมโยธาธิการ และปัจจุบันถูกรวมเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง) เริ่มขนกองขยะจากตอนกลางของจังหวัดพระนคร ไปเทที่สระใหญ่ทางตอนเหนือฟากตะวันออกของสวนลุมพินี ทำให้น้ำในสระดังกล่าวเน่าเหม็นลง มีลูกน้ำเป็นจำนวนมาก และขยะดังกล่าวยังปิดทางทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงคลองได้เหมือนในอดีต ทำให้เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) และชาวตะวันตกที่อาศัยอยู่โดยรอบได้รับความเดือดร้อน จึงร่วมกันลงชื่อร้องเรียนต่อกรมนคราทร แต่กรมนคราทรก็ยังคงขนขยะไปเทลงสระนี้เช่นเดิมจนสระเต็มเมื่อ พ.ศ. 2472 กลุ่มผู้ร้องเรียนจึงทยอยย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงดังกล่าว หลังจากนั้นเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตสอบถามไปยังกรมนคราทร ได้รับคำตอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทในการสร้างสนามโปโล แต่เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นวิธีทิ้งขยะทดแทนการถมในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในอดีตที่ติดปัญหารถขนขยะไม่สามารถเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ในฤดูฝน ต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ชี้แจงว่าการเทขยะลงสระในสวนลุมพินีเป็นเพราะพระองค์พิจารณาสถานที่เป็นอย่างดีแล้ว และผู้ที่ได้รับกลิ่นเหม็นจากขยะดังกล่าว "ถือว่าเป็นจมูกส่วนน้อย แต่บังเอิญเป็นจมูกเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต และฝรั่ง"[5]
วนาเริงรมย์
[แก้]ปีถัดมา (พ.ศ. 2471) สวนลุมพินีได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง โดยนายพลตำรวจตรี พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือง (เทียบ อัศวรักษ์) อดีตจเรตำรวจ ข้าราชบริพารใกล้ชิดรัชกาลที่ 6 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เพื่อเช่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของสวนลุมพินี จำนวน 90 ไร่ จัดทำเป็น วนาเริงรมย์ ในชื่อ สวนสนุก (ในลุมพินี) (อังกฤษ: SUAN S’ NUK (in Lumpini)) ประกอบด้วยการแสดงมหรสพ การขายอาหาร การละเล่น แข่งว่าว วิ่งวัว ชิงช้า ม้าหมุน ที่ให้ความเพลิดเพลินและความสนุกสนานแก่ประชาชน และนำค่าเช่าและค่าเข้าสวนสนุก ซึ่งคิดเป็นคนละ 10 ถึง 25 สตางค์ มาปรับปรุงที่ดิน[6] โดยรัชกาลที่ 7 พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามความประสงค์ของผู้เช่า เนื่องจากตรงกับพระราชปรารภของพระองค์ที่เห็นพื้นที่ถูกทิ้งร้างไม่สวยงาม เป็นปัญหา ควรนำมาใช้ประโยชน์ ให้ประชาชนใช้เที่ยวเล่น[7] และพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดสวนสนุก (ในลุมพินี) ด้วยพระองค์เองเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472[6] โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่า หากต้องการจัดงานประจำปี ต้องทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นคราว ๆ ไป[7] ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 270 ไร่ พระองค์พระราชทานให้กรมนคราทรดูแลตามเดิม และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ใช้เป็นสวนสาธารณะเท่านั้นตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ห้ามนำไปใช้ในกิจกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระองค์ และ/หรือ กุลทายาท (คือพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์)[3]
อย่างไรก็ตาม หลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 พระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมืองได้ทำหนังสือขออนุญาตรัฐบาลคณะราษฎรในขณะนั้นเพื่อจัดการเล่นพนันจับสลาก ซึ่งเคยได้รับอนุญาตในสมัยการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เนื่องจากถือเป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของสวนสนุก (ในลุมพินี) แต่คณะราษฎรไม่อนุญาตด้วยเห็นว่าขัดกับนโยบายกำจัดการเล่นพนันในขณะนั้น และคณะกรรมการสวนลุมพินีของกระทรวงมหาดไทยยังลงความเห็นให้คืนพื้นที่สวนลุมพินีทั้งหมดกลับมาเพื่อสร้างเป็นสวนสาธารณะ[7] ดังนั้น เมื่อพระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมืองหมดสัญญาเช่าที่ดินสวนลุมพินีในเดือนเมษายน พ.ศ. 2477 จึงต้องเลิกกิจการสวนสนุก (ในลุมพินี) รวมระยะเวลาดำเนินกิจการประมาณ 4 ปี 6 เดือน[8] หลังจากนั้นสวนลุมพินีก็ถูกทิ้งเป็นที่รกร้างอีกครั้ง และเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นอยู่บ่อยครั้ง[4]
โครงการปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะและช่วงสงคราม
[แก้]ใน พ.ศ. 2476 รัฐบาลคณะราษฎรได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นจำนวน 7 คน เพื่อดูแลโครงการจัดสร้างสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะ แต่มีความล่าช้า จนปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ถูกหลวงวรนิติปรีชา (วรดี พรหมสาขา ณ สกลนคร) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 (นับศักราชแบบเก่า)[8] อย่างไรก็ตาม ปีเดียวกันนี้หลังจากปิดสวนสนุก (ในลุมพินี) แล้ว พระสารสาสน์ประพันธ์ (ชื้น จารุวัสตร์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการในขณะนั้น ได้เสนอความเห็นให้จัดสร้างสนามกีฬาในสวนลุมพินี แต่คณะกรรมการสวนลุมพินีคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการละเมิดพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 6 และเห็นว่าในจังหวัดพระนครยังไม่มีสวนสาธารณะแบบเมืองอื่น ๆ หากจัดสร้างสนามกีฬา ความสงบจะหมดไป จะเต็มไปด้วยบุคคล ยวดยาน และเสียงเอิกเกริกแทน[9] ปีถัดมา (พ.ศ. 2478) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) คณะกรรมการฯ จึงได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ นายช่างชั้น 1 กองช่างนคราธร เข้ามาเป็นผู้ควบคุมดูแลการปรับปรุงพื้นที่สวนลุมพินี โดยหม่อมหลวงกรีได้ติดต่อนายโอวบุ้นโฮ้ว เศรษฐีชาวสิงคโปร์ ผู้ก่อตั้งยาหม่องตราเสือ ให้เข้ามาช่วยสร้างสนามกีฬาสำหรับเด็กขึ้น และจัดตั้งสวนเพาะชำขยายพันธุ์ไม้สำหรับตกแต่ง[4]
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2481 คณะกรรมการสวนลุมพินีได้เสนอให้รัฐบาลที่นำโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ในขณะนั้น อนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยโอนกิจการสวนลุมพินีให้แก่เทศบาลนครกรุงเทพ (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ไปดูแลต่อ เพื่อให้การปรับปรุงสวนสาธารณะสำหรับประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลอนุมัติ โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องดำเนินการตามแผนผังเดิม และใช้เฉพาะในกิจการสวนสาธารณะเท่านั้น[9]
ปีถัดมา (พ.ศ. 2482) รัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม อนุมัติให้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ขึ้นที่ด้านหน้าทางเข้าหลัก ซึ่งอยู่บริเวณหัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสวนลุมพินี (ประตู 4 ในปัจจุบัน) ตามที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์เสนอ และเป็นองค์แรกในโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณ ในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย รวม 7 พระองค์ ที่รัฐบาลจัดทำขึ้น[10] เนื่องจากพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 6 เกี่ยวกับการปลุกชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาล การก่อสร้างแล้วเสร็จและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยรัชกาลที่ 8 เสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485[11] ทำให้พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 องค์ดังกล่าวเป็นภูมิสัญลักษณ์จุดใหม่ของสวนลุมพินี[6]
อย่างไรก็ตาม แม้สวนลุมพินีจะถูกโอนไปอยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลนครกรุงเทพ และมีการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เป็นภูมิสัญลักษณ์จุดใหม่แล้ว แต่โครงการปรับปรุงสวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะก็ถูกระงับลง เนื่องจากในช่วงนั้นอยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นฝั่งประเทศไทย สวนลุมพินีจึงถูกลดบทบาทกลายเป็นที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ร่วมกับพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนช่างกลปทุมวัน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บัญชาการกองทัพบกจักรวรรดิญี่ปุ่นประจำประเทศไทยที่ถนนสาทร[12]
การเป็นสวนสาธารณะเต็มรูปแบบ
[แก้]
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) รัฐบาลจอมพลแปลกได้ย้ายสถานที่จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญจากเดิมที่เคยจัดที่สวนสราญรมย์ มาจัดที่สวนลุมพินี ในช่วง พ.ศ. 2495–2499 ซึ่งทำให้สวนลุมพินีเริ่มถูกเปลี่ยนสถานะเป็นพื้นที่สาธารณะมากขึ้น โดยมีการจัดแสดงสินค้า และการจัดงานลีลาศแบบตะวันตกขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุ่มวัยรุ่นในขณะนั้น ภายหลังจึงมีการสร้างอาคารลุมพินีสถานขึ้นสำหรับเป็นเวทีลีลาศโดยเฉพาะ โดยแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2496[13]
สวนลุมพินีเคยมีภัตตาคารที่มีชื่อเสียงคือ Peninsula หรือชื่อภาษาไทย คือ กินรีนาวา ดำเนินกิจการโดย บริษัท ประสิทธิ์สิน จำกัด เจ้าของโรงแรมคิงส์โฮเต็ล ภายใต้สัญญาเช่าจากเทศบาลนครกรุงเทพเป็นเวลา 20 ปี โดยคิดค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท เปิดให้บริการเมื่อ พ.ศ. 2504 กินรีนาวาเป็นภัตตาคารขนาดใหญ่ที่จำหน่ายอาหารจีน สร้างเป็นรูปเรืออยู่กลางน้ำใกล้เกาะลอย แต่ถูกวิจารณ์จากการทำประติมากรรมส่วนหัวเรือเป็นรูปนางกินรีครึ่งตัวเชิดหน้าพร้อมทั้งยื่นถันเปลือยเปล่าทั้ง 2 เต้า ทำให้ถูกมองว่าเป็นทัศนะอุจาด และมีการตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ บจก.ประสิทธิ์สิน ต้องนำผ้ามาคลุมอกกินรี แต่เป็นผ้าบางซึ่งทำให้ยังสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ถึงถันอยู่ดี นอกจากนี้ยังถูกวิจารณ์ว่ามีคนครัวเทเศษอาหารจากห้องครัวลงน้ำ ทำให้น้ำในสระดังกล่าวเน่าเหม็นลง และส่งกลิ่นเหม็นไปจนถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์[4] ทำให้สวนลุมพินีต้องออกมาตรการรักษาคุณภาพน้ำ แต่ บจก.ประสิทธิ์สิน ปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม กินรีนาวาก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งอาคารในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2514 จากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรในห้องครัว ทำให้ต้องปิดกิจการ[9]
อย่างไรก็ตาม ในช่วงพุทธทศวรรษ 2500 ถึงพุทธทศวรรษ 2510 พื้นที่อื่น ๆ ภายในสวนลุมพินีอีกหลายส่วนยังไม่ถูกใช้งานในเชิงสวนสาธารณะอย่างเต็มที่ตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 6 เนื่องจากเทศบาลนครกรุงเทพในขณะนั้นได้ปล่อยเช่าพื้นที่หลายส่วนให้เอกชนเช่าประกอบกิจการหลายอย่าง เช่น โรงผลิตไฟฟ้า โรงเรียนไทย โรงเรียนจีน เป็นต้น พร้อมทั้งมีคนไร้บ้านที่อาศัยสวนลุมพินีเป็นที่พักอาศัย และมีการตั้งตลาดกลางคืนเพื่อขายสินค้าภายในสวน[9] รวมถึงบริเวณตอนเหนือของสวนลุมพินีติดริมคลองไผ่สิงโต (ปัจจุบันถูกถมและทำเป็นถนนสารสินแทน) ยังถูกรุกล้ำเข้ามาตั้งบ้านเรือนหลายหลังคาเรือน ต่อมารัฐบาลและเทศบาลนครกรุงเทพจึงเริ่มดำเนินการปรับปรุงสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะอย่างแท้จริง โดยเทศบาลนครกรุงเทพเริ่มว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาช่วยวางแผนในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2503–2510 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการอีกหลายคณะในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2514–2517 ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่เทศบาลนครกรุงเทพ แปรสภาพเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามลำดับ โดยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้ออกแบบการวางผังสวนลุมพินีหลายแบบ แต่ทุกแบบเน้นการรักษาโครงสร้างใหญ่ของแผนผังสวนเดิมตั้งแต่เมื่อแรกสร้างเอาไว้ โดยเฉพาะแนวถนนเดิม ในแผนผังสุดท้ายมีการแบ่งโซนกิจกรรมภายในสวนลุมพินีออกเป็น 2 โซนหลักอย่างชัดเจน โดยใช้ถนนแกนกลาง (จากประตู 1 โรงเรียนสวนลุมพินี ถนนวิทยุ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านเกาะกลาง ไปจนถึงลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 บริเวณประตู 4) เป็นตัวแบ่ง โดยทิศเหนือเป็น "แดนร่มรื่น" (passive zone) ส่วนทิศใต้เป็น "แดนหรรษา" (active zone) ตลอดจนวางแผนจัดการชุมชนที่บุกรุกพื้นที่ตอนเหนือของสวนลุมพินีออกไปทั้งหมด[14]
จากนั้นหลายปีถัดมาจึงมีการพัฒนาสวนลุมพินีตามแนวทางดังกล่าว โดยมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในเชิงรายละเอียดปลีกย่อยเป็นคราว ๆ ไป จนกระทั่งสวนลุมพินีกลายเป็นสวนสาธารณะเต็มรูปแบบในปัจจุบัน และมีงานระดับชาติหลายงานที่มาจัดขึ้นที่สวนลุมพินี เช่น การประกวดนางสาวไทย วันลอยกระทง วันเด็กแห่งชาติ และรายการโชว์จากต่างประเทศต่าง ๆ โดยมีการวางรางรถไฟเล็กเพื่อพาผู้โดยสารเยี่ยมชมโดยรอบบริเวณงาน[4] รวมถึงใช้จัดงานกาชาดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561[15]
100 ปี สวนลุมพินี
[แก้]ใน พ.ศ. 2568 สวนลุมพินีจะมีอายุครบ 100 ปี กทม. จึงจัดทำโครงการปรับภูมิทัศน์และปรับปรุงทัศนียภาพต่าง ๆ ภายในสวนให้ทันวาระครบรอบ โดยเริ่มมีการดำเนินการตั้งแต่ในสมัยที่หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 หรือเป็นเวลา 10 ปีก่อนถึงวาระดังกล่าว[16] ซึ่งงานปรับปรุงหลัก ๆ ประกอบด้วย การบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และการปรับปรุงพื้นลานพระบรมราชานุสาวรีย์[17] การปรับปรุงหอนาฬิกา การบูรณะอาคารลุมพินีสถาน การบูรณะศาลาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (เก๋งจีน)[18] การปรับปรุงรั้วสวน สนามเด็กเล่น ลานออกกำลังกาย ลานยืดเหยียด ห้องสมุดประชาชน และสะพานเขียวเชื่อมต่อสวนเบญจกิติ รวมถึงการก่อสร้างสวนสุนัข (Dog Park) และฮอว์กเกอร์เซ็นเตอร์ (Hawker Center) โดยมีเอกชนร่วมสนับสนุนการบูรณะหรือปรับปรุงพื้นที่บางส่วน[19] โดยการปรับปรุงข้างต้นแล้วเสร็จและทยอยเปิดให้บริการตามลำดับจนครบทั้งหมดในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2569[18]
หลังจากการปรับปรุงข้างต้นทยอยแล้วเสร็จ รัฐบาลอนุทินสมัยที่ 2 และ กทม. จึงจัดงาน 100 ปี สวนลุมพินี เป็นส่วนหนึ่งของงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2568 ขึ้นในวันที่ 25–30 เมษายน พ.ศ. 2569[20] โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรก รัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานในงานนี้ โอกาสนี้ ทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 จากนั้นทอดพระเนตรการแสดงต่าง ๆ ภายในงาน ซึ่งประกอบด้วย วีดิทัศน์ประวัติสวนลุมพินี, การแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย เรื่อง มัทนะพาธา ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ณ ศาลาภิรมย์ภักดี, การแสดงลีลาศร่วมสมัยประกอบการขับร้องและบรรเลงเพลงโดยวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ณ อาคารลุมพินีสถาน และการแสดงแผนที่ฉายสื่อประสม (Multimedia Mapping) ชุด "วนสาธารณ์ พระราชปณิธานรัชกาลที่ 6" ประกอบเสียงบรรยาย บนหอนาฬิกา[21]
ภายในสวน
[แก้]
ภายในสวนลุมพินีมีองค์ประกอบดังนี้
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ตั้งอยู่บริเวณประตู 4 บริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2485 เพื่อระลึกถึงมหากรุณาธิคุณขององค์ผู้ให้กำเนิดสวนลุมพินี
- หอนาฬิกา เป็นถาวรวัตถุแห่งแรกในสวนลุมพินี ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ ถัดเข้ามาจากประตู 2 เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมจีนผสมอลังการศิลป์แบบยุโรป ออกแบบโดยมารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาลี[22] โดยมีการปรับปรุงในวาระครบรอบ 100 ปีของสวน เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 โดยความร่วมมือกับโครงการ วัน แบงค็อก[18]
- ลานตะวันยิ้ม ลานเพื่อกิจกรรมนันทนาการที่ออกแบบเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ เช่น มีทางลาดแทนขั้นบันได สนามเด็กเล่นชนิดพิเศษ ที่จอดรถคนพิการ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนด้อยโอกาส
- อาคารลุมพินีสถาน เป็นที่พบปะสังสรรค์ พักผ่อนออกกำลังกายและฝึกอาชีพของผู้สูงอายุ เปิดบริการเวลา 08:00–18:00 น. ทุกวัน และภายในอาคารยังมีเวทีลีลาศหมุนได้ ใช้เป็นที่จัดกิจกรรมลีลาศและฝึกสอนในวันเสาร์–อาทิตย์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพมหานคร
- ศูนย์สร้างโอกาสเด็ก ให้บริการแนะนำ ปรึกษา ช่วยเหลือ สอนหนังสือแก่เด็กเร่ร่อน เปิดบริการ 10:00–19:00 น. ทุกวัน
- ห้องสมุดประชาชน เสนอบริการในรูปแหล่งค้นคว้าความรู้จากหนังสือและวิดีทัศน์ เปิดบริการเวลา 08:00–20:00 น. วันอังคาร–อาทิตย์
- ศูนย์เยาวชนลุมพินี นำเสนอกิจกรรมกีฬา และฝึกสอนแก่เด็กและเยาวชน จัดสถานที่และอุปกรณ์กีฬาไว้ให้บริการสมาชิก เช่น ฟุตบอล ว่ายน้ำ บาสเก็ตบอล ฝึกสอนลีลาศ เปิดบริการ วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 10:00–20:00 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 10:00–18.00 น.
- ศาลาภิรมย์ภักดี (ศาลาเก้าเหลี่ยม) เป็นศาลาอเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งอยู่บนสวนปาล์ม เดิมเป็นศาลากระโจมแดงแปดเหลี่ยม ซึ่งจัดสร้างโดยพระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ผู้ร่วมจัดหาทุนสร้างสวนลุมพินี ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ทายาทตระกูลภิรมย์ภักดีในนามบุญรอดบริวเวอรี่ ได้เข้าปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อปัจจุบัน ตามชื่อบรรดาศักดิ์ของพระยาภิรมย์ภักดีและชื่อตระกูลของตน[23] เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 75 พรรษา 5 ธันวาคม 2545 โดยสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบศาลาหลังนี้จากตระกูลภิรมย์ภักดีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2544[24] ก่อนจะทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา บุญรอดบริวเวอรี่จึงเข้าปรับปรุงศาลาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 การปรับปรุงแล้วเสร็จและส่งมอบคืนให้กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567[23]
- ศาลาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (เก๋งจีน) มีการปรับปรุงในวาระครบรอบ 100 ปีของสวน เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 โดยความร่วมมือกับหอการค้าไทย-จีน[18]
- ฮอว์กเกอร์เซ็นเตอร์ (Hawker Center) ศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างถนนจากผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งเคยตั้งกระจัดกระจายรอบพื้นที่สวนลุมพินีมารวมไว้ในจุดเดียว โดยความร่วมมือกับไลน์แมนวงใน[25]
- สวนสุนัขลุมพินี (Lumpini Dog Park) สวนสุนัขแห่งที่ 9 ในกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงจากพื้นที่ลานจอดรถบางส่วน เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 โดยความร่วมมือกับหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569[26]

- สะพานเขียว เป็นทางเดินลอยฟ้าและทางจักรยานเชื่อมต่อสวนเบญจกิติ
- จักรยานน้ำ เป็นจุดบริการของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว
- ธรรมะในสวน กิจกรรมทางพุทธศาสนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการทำบุญตักบาตร และแสดงธรรมะโดยพระสงฆ์ ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เวลา 06:00–08:00 น.
- ดนตรีในสวน มีการจัดแสดงดนตรีไทยและสากล เช่น การบรรเลงเพลงจากวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ
พระบรมราชานุสาวรีย์
[แก้]![]() | |
| ที่ตั้ง | สวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 |
|---|---|
| ผู้ออกแบบ | ศิลป พีระศรี |
| ประเภท | พระบรมราชานุสาวรีย์ |
| วัสดุ | โลหะรมดำ |
| เริ่มก่อสร้าง | 1 มกราคม 2484 |
| สร้างเสร็จ | 7 มิถุนายน 2484 |
| การเปิด | 27 มีนาคม 2485 |
| อุทิศแด่ | พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว |
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ณ สวนลุมพินี เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า องค์แรกของประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ โดยประดิษฐานที่หัวมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสวนลุมพินี ซึ่งเป็นที่ดินที่พระองค์พระราชทานสำหรับการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์เมื่อ พ.ศ. 2468 และจัดสร้างเป็นสวนสาธารณะในเวลาต่อมา โดยพระบรมราชานุสาวรีย์จุดนี้เป็นจุดหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาล หรือผู้แทนพระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมรูปเป็นประจำในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าของทุกปี
ประวัติ
[แก้]เดิมนั้น สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ริเริ่มโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า (รัชกาลที่ 6) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 โดยวางแผนรวบรวมทุนจากนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย เพื่อจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ประดิษฐานในวชิราวุธวิทยาลัย แต่เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปนั้น มีประชาชนที่จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์จำนวนมาก สมาคมฯ จึงเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เป็นพื้นที่สาธารณะแทน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะได้โดยสะดวก และปรับแผนเป็นการนำเสนอโครงการให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแทน
เมื่อสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 9 นำโดยนายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม แล้ว คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของโครงการและรับดำเนินการ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ไทย 8 พระองค์เพื่อประดิษฐานไว้ในจังหวัดที่เป็นแหล่งหรือมูลเดิมแห่งการก่อตั้งพระเกียรติประวัติของแต่ละพระองค์ โดยอีก 7 พระองค์ได้แก่ พระเจ้าพรหมมหาราช พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ก่อนเป็นองค์แรก เนื่องจากมีคณะบุคคลที่จงรักภักดีในรัชกาลที่ 6 กำลังดำเนินการรวบรวมทุนเพื่อสร้างพระบรมรูปถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระองค์อยู่บ้างแล้ว ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เทศบาลนครกรุงเทพ เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะอย่างสมบูรณ์ จึงเห็นว่าเป็นเวลาและสถานที่เหมาะสม นอกจากนี้ รัฐบาลยังเล็งเห็นว่ารัชกาลที่ 6 มีพระราชกรณียกิจสำคัญที่โดดเด่นในการปลุกใจคนไทยให้สำนึกรักในประเทศชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาลในขณะนั้น[10]
เดิมนั้นรัฐบาลวางกำหนดการให้ก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ให้แล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระองค์ โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรออกแบบและดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ และมอบหมายให้กรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) ดำเนินการชักชวนเรี่ยไรเงิน โดยติดต่อกับคณะกรรมการจังหวัดต่าง ๆ และบุคคลหรือคณะบุคคลที่จะร่วมบริจาคทรัพย์ โดยรัฐบาลวางงบประมาณจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ไว้ประมาณ 60,000 บาท หากเรี่ยไรได้มากกว่างบประมาณ รัฐบาลจะพิจารณาใช้งบประมาณจำนวนที่เกินมาสำหรับจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 6 แต่หากยังขาดเหลือ รัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินมาช่วยจุนเจือต่อไป
คณะกรรมการจัดหาเงินเรี่ยไรของกรมโฆษณาการมีเงินทุนจากการบริจาคมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 พร้อมทั้งยังได้รับพระราชทานทรัพย์สมทบ จำนวนหนึ่งจากพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งประทานพระอนุญาตให้หักเงินรายได้ของพระองค์ 2 ใน 3 จากรายได้ทั้งหมด และอีกจำนวนหนึ่งจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา จากนั้นคณะกรรมการฯ ได้จัดงานวชิราวุธานุสรณ์ ครั้งที่ 1 ที่สวนอัมพร ระหว่างวันที่ 1–3 มีนาคม พ.ศ. 2482 ได้ยอดเงินประมาณ 100,000 บาทเศษ ซึ่งเกินจำนวนสำหรับการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 คณะกรรมการจัดสร้าง ประกอบด้วยกรมศิลปากร กรมโยธาเทศบาล (ปัจจุบันคือกรมโยธาธิการและผังเมือง) และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเริ่มดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ตือ การทำเขื่อน ถมดิน และปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์, การก่อสร้างแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งเทศบาลนครกรุงเทพฯ ดำเนินการจัดสร้างในสองส่วนแรก และการตกแต่งเครื่องประดับอนุสาวรีย์ พร้อมทั้งหล่อและแต่งองค์พระบรมรูป ซึ่งได้มอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการ โดยกรมศิลปากรได้มอบหมายต่อให้ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ออกแบบและปั้นหล่อพระบรมรูป มีพิธีเททองหล่อเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ณ สวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยเริ่มหล่อจากส่วนพระเศียรก่อน แล้วจึงหล่อส่วนพระองค์ การหล่อพระบรมรูปทั้งองค์เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2484 โดยเป็นการหล่อพระบรมรูปองค์ใหญ่ในประเทศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องจากพระบรมรูปก่อนหน้านี้ต้องส่งออกไปหล่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป
ในตอนแรกคณะรัฐมนตรีวางกำหนดการประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 แต่เนื่องด้วยการก่อสร้างบริเวณโดยรอบแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ยังไม่เรียบร้อย จึงเลื่อนกำหนดการไปประกอบพิธีเปิดในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 6 และเนื่องจากวันขึ้นปีใหม่ของประเทศไทยในขณะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคมแล้ว จึงมีกำหนดจัดงานฉลองวันขึ้นปีใหม่พร้อมกันด้วย โดยการเตรียมงานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง เนื่องจากทหารญี่ปุ่นเข้าบุกครองประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ในสงครามแปซิฟิก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่สอง คณะรัฐมนตรีจึงระงับพิธีไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบลง จนกระทั่งวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะนั้น เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 อย่างเป็นทางการ แต่งดกิจกรรมเฉลิมฉลองทั้งหมดเนื่องจากประเทศไทยในขณะนั้นยังอยู่ในภาวะสงคราม[11]
รูปแบบศิลปะ สถาปัตยกรรม และประติมากรรม
[แก้]พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์นี้ พระบรมรูปหล่อด้วยโลหะรมดำ มีขนาดสองเท่าครึ่งของพระองค์จริง พระอิริยาบถประทับยืน ฉลองพระองค์ชุดจอมพลทหารบก พระหัตถ์ซ้ายทรงกุมพระแสงกระบี่ พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคทา ประดิษฐานบนแท่นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม 2 ชั้น มีฐานบัวรองรับ ชั้นบนเป็นฐานทรงแคบสูง ชั้นล่างมีพานพุ่มหล่อโลหะตั้งไว้ทั้ง 4 มุม ด้านหน้าติดแผ่นโลหะหล่อรูปตราวชิราวุธ ด้านหลังเป็นแผ่นโลหะหล่อคำจารึกพระบรมราชานุสาวรีย์ ฐานชั้นล่างทำเป็นปีกยื่นออกไปทั้ง 2 ข้าง แต่ละข้างมีบันไดลดหลั่นลงมา ทั้งหมดตั้งอยู่บนลานคอนกรีต มีบันไดนำขึ้นไปยังจุดสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ฐานและบัลลังก์พระบรมรูปภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายนอกถือปูนทำเป็นหินล้าง[11]
การปรับปรุง
[แก้]ใน พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครตรวจพบสภาพความเสียหายและจุดชำรุดทรุดโทรมโดยรอบลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในบริเวณสวนลุมพินีหลายจุด จึงอนุมัติให้ดำเนินโครงการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์ใหม่ทั้งหมด โดยใช้แบบการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองจัดทำไว้ และตั้งงบประมาณสำหรับการปรับปรุงไว้จำนวน 45,000,000 บาท โดยเน้นอนุรักษ์รูปแบบเดิมของลานพระบรมราชานุสาวรีย์ คือ การรื้อฟื้นน้ำพุทรงกลมแบบดั้งเดิม เสริมต้นไม้ใหญ่ตัดแต่งและเพิ่มร่มเงา จัดรูปแบบสวนตามแนวทางเดิมในอดีตโดยการปรับภูมิทัศน์ด้วยพืชพรรณเขตร้อน (Tropical Landscape) และใช้วัสดุในการปรับปรุงที่มีความเหมาะสม โดยการปรับปรุงดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554[27]
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2567–2568 ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสวนลุมพินี กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงสวนลุมพินีในหลายบริเวณ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ด้วย เช่น การปรับปรุงทางเท้า (ปูกระเบื้องใหม่)[28] และการปรับปรุงรั้วกั้นระหว่างลานพระบรมราชานุสาวรีย์กับขอบถนนแยกศาลาแดง[19] เป็นต้น
สถานที่ใกล้เคียง
[แก้]
ในบริเวณใกล้เคียงสวนลุมพินี ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น
การเดินทาง
[แก้]- ถนนพระราม 4 สาย 4(3-36) 14(3-39) 45(3-9E) 46(3-10) 47(3-41) 50(2-7) 67(3-43) 74 76(4-14) 115(1-45) 141(4-24E) 167(4-26) 507(3-13) 514(1-54) 514E(1-55E) 1240 A3 2-28(177) 3-31(เพิ่มช่วง)
- ถนนวิทยุ สาย 13(3-38) 17(4-3) 50(2-7) 62(3-42) 76(4-14) 514(1-54) A3 2-28(177)
- ถนนสารสิน สาย 13(3-38) 17(4-3) 50(2-7) 514(1-54) A3 2-28(177)
- ถนนราชดำริ สาย 14(3-39) 15(4-2) 24(2-39) 50(2-7) 74 76(4-14) 77(3-45) 504(1-18E) 514(1-54) A3 2-28(177) 3-53 4-35
อ้างอิง
[แก้]- สวนลุมพินี
- สวนลุมพินี เก็บถาวร 2018-06-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน จากสำนักสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร
- ↑ เสมียนนารี (23 มกราคม 2022). "สยามรัฐพิพิธภัณฑ์-Expo นานาชาติยุคแรกของไทย สมัยรัชกาลที่ 6". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- ↑ จิรภาไพศาล, วิภา (7 กันยายน 2024). "สยามรัฐพิพิธภัณฑ์ งานเอ็กซ์โประดับชาติ ที่เกิดจาก "ความตั้งใจ" ของรัชกาลที่ 6 จัดแสดงอะไรบ้าง". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2025.
- 1 2 "ที่มาของชื่อ สวนลุมพินี". ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี กองทัพบก. 7 พฤศจิกายน 2022. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- 1 2 3 4 5 บุนนาค, โรม (19 กันยายน 2008). "เหตุเกิดที่ทุ่งศาลาแดง". เรื่องเก่าเล่าสนุก. สนุก.คอม. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- ↑ เสมียนอัคนี (30 เมษายน 2024). "ฮาวทูทิ้ง เกือบร้อยปีก่อน รัฐขนขยะทิ้งสระในสวนลุมพินี ฝรั่งย้ายหนี-ถม 2 ปีกว่าจะเต็ม". ประวัติศาสตร์. ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- 1 2 3 ประกิตนนทการ, ชาตรี (5 กุมภาพันธ์ 2026). "กว่าจะเป็นสาธารณะ : 100 ปีสวนลุมพินี ที่ไม่ใช่ 100 ปีของ 'ความเป็นสวนสาธารณะ' (1)". พื้นที่ระหว่างบรรทัด. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- 1 2 3 ตรีน้อยใส, ปริญญา (17 ธันวาคม 2023). "สวนสนุกลุมพินี". มองบ้านมองเมือง. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- 1 2 ศรีสุวรรณ, อาชญาสิทธิ์ (30 เมษายน 2022). "รัฐมนตรีปรีดี ตอบ ส.ส. เรื่องการสร้างสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะ". สถาบันปรีดี พนมยงค์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- 1 2 3 4 ตรีน้อยใส, ปริญญา (25 ธันวาคม 2023). "เรื่องอื้อฉาว ในสวนลุมพินี". มองบ้านมองเมือง. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- 1 2 จิรภาไพศาล, วิภา (21 มกราคม 2025). "เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง "พระบรมรูปรัชกาลที่ 6" ที่สวนลุมพินี?". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
- 1 2 3 "พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6)". สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร. 17 พฤศจิกายน 2023. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
- ↑ "สงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่น ตั้งค่ายทหารที่ "สวนลุมพินี"". ภาพเก่าเล่าตำนาน. ศิลปวัฒนธรรม. 24 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- ↑ ประกิตนนทการ, ชาตรี (12 กุมภาพันธ์ 2026). "กว่าจะเป็นสาธารณะ 100 ปีสวนลุมพินี ที่ไม่ใช่ 100 ปีของ 'ความเป็นสวนสาธารณะ' (2)". พื้นที่ระหว่างบรรทัด. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- ↑ ประกิตนนทการ, ชาตรี (19 กุมภาพันธ์ 2026). "กว่าจะเป็นสาธารณะ : 100 ปีสวนลุมพินี ที่ไม่ใช่ 100 ปีของ 'ความเป็นสวนสาธารณะ' (จบ)". พื้นที่ระหว่างบรรทัด. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 19 เมษายน 2026.
- ↑ "ครั้งแรกกับ"งานกาชาดสวนลุม" กาชาดปีนี้เจอกันที่สวนลุม 23 พ.ย.-1 ธ.ค. นี้". ผู้จัดการออนไลน์. 6 พฤศจิกายน 2018. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
- ↑ ""ชายหมู" ฝันอีก 10 ปี ดันลุมพินี "สวนระดับโลก"- เล็งรื้ออาคารหน่วยงานภายนอก". ผู้จัดการออนไลน์. 22 ตุลาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "สิ้นเดือนนี้เสร็จชัวร์! รีโนเวต 'สวนลุมพินี' ฉลองยิ่งใหญ่ 100 ปี แลนด์มาร์กที่ดีของคนกรุงฯ". มติชน. 22 มกราคม 2026. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2026.
- 1 2 3 4 "ชัชชาติ พาทัวร์แลนด์มาร์กสวนลุมพินี ดูความคืบหน้าปรับปรุงภูมิทัศน์ฉลองครบ 100 ปี". ประชาชาติธุรกิจ. 17 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2026.
- 1 2 "'สวนลุมพินีครบ 100 ปี' กทม.เร่งปรับโฉมรับงานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่6 เดือนพฤศจิกายนนี้". เดลินิวส์. 18 ตุลาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
- ↑ "รัฐบาล-กทม. บวงสรวง เปิดตัวกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 6 ครบรอบ 100 ปี สวนลุมพินี". ประชาชาติธุรกิจ. 19 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2026.
- ↑ "ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ งานเฉลิมพระเกียรติ ร.6 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ครบ 100 ปี". ข่าวสด. 25 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2026.
- ↑ "หอนาฬิกาสวนลุมพินี มรดกแห่งสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ที่ยังหลงเหลือ". สุดโปรด. 18 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2026.
- 1 2 "บี.กริม เพาเวอร์ เริ่มแล้ว เทศกาลดนตรีในสวน ครั้งที่ 31". ข่าวสด. 18 มกราคม 2024. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2026.
- ↑ "ยิ่งใหญ่ตระการตา แค่ไหน อดใจรอ อาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2544 พบกันแน่" (Press release). ThaiPR.net. 13 ธันวาคม 2001. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2026.
- ↑ Kamolsuwan, Nopparit (2026-04-10). "ชัชชาติเปิดตัว Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารราคาประหยัดยกระดับสตรีทฟู้ดใจกลางเมือง". Brickinfo News Agency. สืบค้นเมื่อ 2026-04-10.
- ↑ "เปิดแล้ว! 'Dog Park สวนลุมฯ' 2 ไร่สไตล์ญี่ปุ่น พลิกลานจอดรถ ให้เหล่าสี่ขาได้ออกกำลังกาย". มติชน. 7 กุมภาพันธ์ 2026. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2026.
- ↑ "เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 สวนลุมฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 31 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
- ↑ "'ชัชชาติ'ตรวจงานปรับปรุงสวนลุมฯคืบ 70% ชู'ลุมพินีสถาน'แลนด์มาร์คใหม่เสร็จมิ.ย.68". แนวหน้า. 23 ตุลาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- รายละเอียดและภาพของสวนลุมพินี เก็บถาวร 2006-05-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ภาพพาโนรามา 360 องศา สวนลุมพินี
- ภาพพาโนรามา 360 องศา สวนลุมพินี บริเวณเกาะกลางน้ำ
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ สวนลุมพินี- ภาพถ่ายทางอากาศของ สวนลุมพินี
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ สวนลุมพินี
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากลองดูแมป หรือเฮียวีโก
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์

