ข้ามไปเนื้อหา

เมตฟอร์มิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมตฟอร์มิน
Image
Image
Chemical structure (top) and ball-and-stick model (bottom) of metformin
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่อทางการค้าGlucophage
ชื่ออื่น1,1-dimethylbiguanide
AHFS/Drugs.comโมโนกราฟ
MedlinePlusa696005
ข้อมูลทะเบียนยา
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: C
  • US: B (ไม่มีความเสี่ยงในสัตว์)
    ช่องทางการรับยาOral
    รหัส ATC
    กฏหมาย
    สถานะตามกฏหมาย
    ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
    ชีวประสิทธิผล50 to 60% under fasting conditions
    การเปลี่ยนแปลงยาNone
    ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ6.2 hours
    การขับออกActive renal tubular excretion by OCT2
    ตัวบ่งชี้
    • N,N-dimethylimidodicarbonimidic diamide
    เลขทะเบียน CAS
    PubChem CID
    DrugBank
    ChemSpider
    UNII
    KEGG
    ChEBI
    ChEMBL
    ECHA InfoCard100.010.472
    ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
    สูตรC4H11N5
    มวลต่อโมล129.164 g/mol (free)
    165.63 g/mol (HCl) g·mol−1
    แบบจำลอง 3D (JSmol)
    • [N@H]=C(\N=C(/N)N)N(C)C
    • InChI=1S/C4H11N5/c1-9(2)4(7)8-3(5)6/h1-2H3,(H5,5,6,7,8) checkY
    • Key:XZWYZXLIPXDOLR-UHFFFAOYSA-N checkY
      (verify)
    Image สารานุกรมเภสัชกรรม

    เมตฟอร์มิน (อังกฤษ: metformin) เป็นยาที่แนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรกสำหรับรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองโดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน นอกจากนี้ยังใช้รักษากลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายอันได้และใช้แบบนอกข้อบ่งใช้ทางการในการลดความเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกในผู้ใช้ยาระงับอาการทางจิตได้ มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าสามารถลดการอักเสบ ไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ วิธีใช้ยานี้คือโดยการกิน

    ผู้ใช้ยาโดยส่วนใหญ่สามารถทนผลข้างเคียงของยานี้ได้ดี อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยได้แก่ถ่ายเหลว คลื่นไส้ และปวดท้อง มีโอกาสทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้แต่น้อย หากใช้ในขนาดสูงหรือใช้ในผู้ป่วยโรคไตต้องระวังภาวะเลือดเป็นกรดจากแลกติก

    เมตฟอร์มินเป็นยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดไบกวาไนด์ ทำงานโดยลดการสร้างกลูโคสที่ตับและช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ มีความไวต่ออินซูลินสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่ง GDF15 ซึ่งลดความอยากอาหารและลดการนำเข้าพลังงานได้อีกด้วย

    มีการบรรยายถึงเมตฟอร์มินเอาไว้ครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ. 1922 ในบทความวิทยาศาสตร์โดย Emil Werner และ James Bell หลังจากนั้นในช่วงคริสตทศวรรษที่ 1950 แพทย์ชาวฝรั่งเศส Jean Sterne เริ่มการทดลองใช้ยานี้ในมนุษย์ และได้นำออกใช้ในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ ค.ศ. 1957 ถูกจัดอยู่ในรายการยาหลักขององค์การอนามัยโลก มียาชนิดทำเทียบออกจำหน่าย ข้อมูลปี ค.ศ. 2022 ระบุว่ายานี้เป็นยาที่ถูกสั่งจ่ายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐ โดยมีการสั่งจ่ายกว่า 86 ล้านครั้ง

    การออกฤทธิ์

    [แก้]

    กลไกการออกฤทธิ์ของยาเมตฟอร์มินในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งจะสกัดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินให้เผาผลาญน้ำตาลในร่างกายเร็วขึ้น นอกจากใช้สำหรับรักษาผู้มีภาวะเบาหวานแล้ว เมตฟอร์มินยังใช้สำหรับรักษาอาการรังไข่ทำงานผิดปกติในเพศหญิง หรืออาการประจำเดือนมาไม่ปกติในผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป [1][2] [3]

    ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์

    [แก้]

    การใช้ยาเมตฟอร์มินอาจส่งผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักตัวลด หนาวสั่น ผื่นคัน ภาวะขาดวิตามินบี12 ปวดศีรษะ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือหากกินร่วมกับแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดภาวะกรดแลกติกในกระแสเลือด[1]

    อ้างอิง

    [แก้]
    1. 1 2 "Metformin". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-06-30. สืบค้นเมื่อ 2011-12-31.
    2. การรักษาโรคเบาหวานด้วยยา
    3. inhibitors (acarbose ยาเม็ดลดน้ำตาลในเลือด]