เมตฟอร์มิน
Chemical structure (top) and ball-and-stick model (bottom) of metformin | |
| ข้อมูลทางคลินิก | |
|---|---|
| ชื่อทางการค้า | Glucophage |
| ชื่ออื่น | 1,1-dimethylbiguanide |
| AHFS/Drugs.com | โมโนกราฟ |
| MedlinePlus | a696005 |
| ข้อมูลทะเบียนยา | |
| ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ | |
| ช่องทางการรับยา | Oral |
| รหัส ATC |
|
| กฏหมาย | |
| สถานะตามกฏหมาย | |
| ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์ | |
| ชีวประสิทธิผล | 50 to 60% under fasting conditions |
| การเปลี่ยนแปลงยา | None |
| ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ | 6.2 hours |
| การขับออก | Active renal tubular excretion by OCT2 |
| ตัวบ่งชี้ | |
| |
| เลขทะเบียน CAS | |
| PubChem CID | |
| DrugBank | |
| ChemSpider | |
| UNII | |
| KEGG | |
| ChEBI | |
| ChEMBL | |
| ECHA InfoCard | 100.010.472 |
| ข้อมูลทางกายภาพและเคมี | |
| สูตร | C4H11N5 |
| มวลต่อโมล | 129.164 g/mol (free) 165.63 g/mol (HCl) g·mol−1 |
| แบบจำลอง 3D (JSmol) | |
| |
| |
| (verify) | |
เมตฟอร์มิน (อังกฤษ: metformin) เป็นยาที่แนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรกสำหรับรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองโดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน นอกจากนี้ยังใช้รักษากลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายอันได้และใช้แบบนอกข้อบ่งใช้ทางการในการลดความเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกในผู้ใช้ยาระงับอาการทางจิตได้ มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าสามารถลดการอักเสบ ไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ วิธีใช้ยานี้คือโดยการกิน
ผู้ใช้ยาโดยส่วนใหญ่สามารถทนผลข้างเคียงของยานี้ได้ดี อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยได้แก่ถ่ายเหลว คลื่นไส้ และปวดท้อง มีโอกาสทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้แต่น้อย หากใช้ในขนาดสูงหรือใช้ในผู้ป่วยโรคไตต้องระวังภาวะเลือดเป็นกรดจากแลกติก
เมตฟอร์มินเป็นยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดไบกวาไนด์ ทำงานโดยลดการสร้างกลูโคสที่ตับและช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ มีความไวต่ออินซูลินสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่ง GDF15 ซึ่งลดความอยากอาหารและลดการนำเข้าพลังงานได้อีกด้วย
มีการบรรยายถึงเมตฟอร์มินเอาไว้ครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ. 1922 ในบทความวิทยาศาสตร์โดย Emil Werner และ James Bell หลังจากนั้นในช่วงคริสตทศวรรษที่ 1950 แพทย์ชาวฝรั่งเศส Jean Sterne เริ่มการทดลองใช้ยานี้ในมนุษย์ และได้นำออกใช้ในประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ ค.ศ. 1957 ถูกจัดอยู่ในรายการยาหลักขององค์การอนามัยโลก มียาชนิดทำเทียบออกจำหน่าย ข้อมูลปี ค.ศ. 2022 ระบุว่ายานี้เป็นยาที่ถูกสั่งจ่ายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐ โดยมีการสั่งจ่ายกว่า 86 ล้านครั้ง
การออกฤทธิ์
[แก้]กลไกการออกฤทธิ์ของยาเมตฟอร์มินในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งจะสกัดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินให้เผาผลาญน้ำตาลในร่างกายเร็วขึ้น นอกจากใช้สำหรับรักษาผู้มีภาวะเบาหวานแล้ว เมตฟอร์มินยังใช้สำหรับรักษาอาการรังไข่ทำงานผิดปกติในเพศหญิง หรืออาการประจำเดือนมาไม่ปกติในผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป [1][2] [3]
ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์
[แก้]การใช้ยาเมตฟอร์มินอาจส่งผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักตัวลด หนาวสั่น ผื่นคัน ภาวะขาดวิตามินบี12 ปวดศีรษะ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือหากกินร่วมกับแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดภาวะกรดแลกติกในกระแสเลือด[1]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Metformin". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-06-30. สืบค้นเมื่อ 2011-12-31.
- ↑ การรักษาโรคเบาหวานด้วยยา
- ↑ inhibitors (acarbose ยาเม็ดลดน้ำตาลในเลือด]