ไนโตรเจน
ไนโตรเจนเหลว (N2 ที่อุณหภูมิต่ำกว่า −196 °C) | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| ไนโตรเจน | |||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อัญรูป | see § Allotropes | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ลักษณะปรากฏ | ก๊าซ, ของเหลว หรือของแข็งที่ไม่มีสี | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| น้ำหนักอะตอมมาตรฐาน Ar°(N) | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| ไนโตรเจนในตารางธาตุ | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| เลขอะตอม (Z) | 7 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| หมู่ | 15 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| คาบ | คาบที่ 2 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| บล็อก | บล็อก-p | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| การจัดเรียงอิเล็กตรอน | [He] 2s2 2p3 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน | 2, 5 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติทางกายภาพ | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะ ที่ STP | ก๊าซ | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดหลอมเหลว | (N2) 63.23[3] K (−209.92 °C, −345.86 °F) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดเดือด | (N2) 77.355 K (−195.795 °C, −320.431 °F) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความหนาแน่น (ที่ STP) | 1.2506 g/L[4] ที่ 0 °C, 1013 mbar | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ขณะเป็นของเหลว (ที่จุดเดือด) | 0.808 g/cm3 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดร่วมสาม | 63.151 K, 12.52 kPa | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดวิกฤต | 126.21 K, 3.39 MPa | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการหลอมเหลว | (N2) 0.72 kJ/mol | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการกลายเป็นไอ | (N2) 5.57 kJ/mol | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความจุความร้อนจำเพาะเชิงโมล | 14.562 J/(mol·K) (N) 29.124 J/(mol·K) (N2) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
ความดันไอ
| |||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติของอะตอม | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะออกซิเดชัน | ทั่วไป: −3, +3, +5 −2,[5] −1,[5] 0,[6] +1,[5] +2,[5] +4[5] | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กโทรเนกาติวิตี | สเกลเพาลิง: 3.04 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| พลังงานไอออไนเซชัน |
| ||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีโควาเลนต์ | 71±1 pm | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีแวนเดอร์วาลส์ | 155 pm | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติอื่น ๆ | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| โครงสร้างผลึก | เฮกซะโกนัล (hP4) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ค่าคงที่แลตทิซ | เฮกซะโกนัล (hP4) a = 411.6 pmc = 673.4 pm (ที่ t.p.)[7] | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| การนำความร้อน | 25.83×10−3 W/(m⋅K) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติแม่เหล็ก | ไดอะแมกเนติก | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ความเร็วเสียง | 353 m/s (ก๊าซ, ที่ 27 °C) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| เลขทะเบียน CAS | 17778-88-0 7727-37-9 (N2) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประวัติ | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| การตั้งชื่อ | จากภาษาฝรั่งเศส nitre (“ดินประสิว”) + -gène ("การสร้าง") | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| การค้นพบ | แดเนียล รัทเทอร์ฟอร์ด (1772) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ตั้งชื่อโดย | ฌ็อง-อ็องตวน ชับตัล (1790) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ไอโซโทปของไนโตรเจน | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||
ไนโตรเจน (อังกฤษ: nitrogen) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์คือ N และมีเลขอะตอม 7 ไนโตรเจนเป็นอโลหะและเป็นสมาชิกที่เบาที่สุดในธาตุหมู่ 15 ของตารางธาตุ ซึ่งมักเรียกว่ากลุ่มพนิคโตเจน (pnictogens) เป็นธาตุที่พบได้ทั่วไปในเอกภพ โดยคาดว่ามีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันดับที่ 7 ในทางช้างเผือกและระบบสุริยะ ภายใต้สภาวะมาตรฐานของอุณหภูมิและความดัน อะตอมของธาตุสองอะตอมจะสร้างพันธะเคมีกันเพื่อก่อตัวเป็น N2 ซึ่งเป็นก๊าซโมเลกุลคู่ที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น N2 ประกอบขึ้นเป็นสัดส่วนประมาณ 78% ของชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้มันเป็นสารเคมีที่มีมากที่สุดในอากาศ เนื่องจากสารประกอบไนโตรเจนมีความสามารถในการระเหยได้ง่าย ไนโตรเจนจึงค่อนข้างหายากในส่วนที่เป็นของแข็งของโลก
ไนโตรเจนถูกค้นพบและแยกสกัดได้เป็นครั้งแรกโดยแพทย์ชาวสกอต แดเนียล รัทเทอร์ฟอร์ด ใน ค.ศ. 1772 และมีการค้นพบแยกกันโดย คาร์ล วิลเฮล์ม เชเลอ และ เฮนรี คาเวนดิช ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ชื่อ nitrogène ถูกเสนอโดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส ฌ็อง-อ็องตวน-โคลด ชับตัล ใน ค.ศ. 1790 เมื่อพบว่าไนโตรเจนมีอยู่ในกรดไนตริกและไนเตรต ส่วน อ็องตวน ลาวัวซีเย ได้เสนอชื่อ azote ซึ่งมาจากภาษากรีกที่แปลว่า "ไม่มีชีวิต" เนื่องจากมันเป็นก๊าซที่ทำให้สำลักหายใจไม่ออก โดยชื่อนี้ยังคงใช้ในบางภาษา และปรากฏอยู่ในชื่อภาษาอังกฤษของสารประกอบไนโตรเจนบางชนิด เช่น ไฮดราซีน, อะไซด์ และสารประกอบเอโซ
ไนโตรเจนบริสุทธิ์มักผลิตจากอากาศโดยใช้เทคโนโลยีการแยกก๊าซแบบดูดซับสลับความดัน (PSA) ประมาณ 2 ใน 3 ของไนโตรเจนที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ถูกใช้เป็นก๊าซเฉื่อยสำหรับงานบรรจุอาหาร และส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะใช้เป็นไนโตรเจนเหลวในงานด้านอุณหภูมิศาสตร์คาร์โยเจนิก สารประกอบที่มีความสำคัญทางอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น แอมโมเนีย, กรดไนตริก, และระเบิด ล้วนมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ พันธะสามที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในไนโตรเจนโมเลกุลเดี่ยว (N≡N) ซึ่งเป็นพันธะที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสองในบรรดาโมเลกุลคู่รองจากคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)[9] เป็นปัจจัยหลักที่กำหนดเคมีของไนโตรเจน
ไนโตรเจนพบได้ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยหลักแล้วจะอยู่ในกรดอะมิโน (โปรตีน) และกรดนิวคลิอิก (ดีเอ็นเอ) ส่วนประกอบของร่างกายมนุษย์มีไนโตรเจนประมาณ 3% ตามมวล ซึ่งเป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับสี่ในร่างกายรองจากออกซิเจน คาร์บอน และไฮโดรเจน วัฏจักรไนโตรเจนอธิบายการเคลื่อนที่ของธาตุจากอากาศเข้าสู่ชีวภาคและไหลกลับสู่ชั้นบรรยากาศ ไนโตรเจนยังเป็นส่วนประกอบของยาทุกประเภทหลัก ๆ รวมถึงยาปฏิชีวนะ สารประกอบไนเตรตอินทรีย์อย่าง ไนโตรกลีเซอรีน ช่วยควบคุมความดันโลหิตโดยการเปลี่ยนเป็นไนตริกออกไซด์ และยาที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทอย่าง มอร์ฟีน หรือแอมเฟตามีน ก็มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ลักษณะทั่วไป
[แก้]ไนโตรเจนเป็นธาตุอโลหะที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตี 3.04 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 5 ตัว ไนโตรเจนบริสุทธิ์มีสถานะเป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบรรยากาศโลก เนื่องจากมีปริมาณมากถึงร้อยละ 78 ของอากาศไนโตรเจนจะควบแน่นเป็นไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ 77 เคลวินและแข็งตัวที่อุณหภูมิ 63 เคลวิน
การนำไปใช้ประโยชน์
[แก้]- ใช้เติมในลมยางของอากาศยานและยานยนต์
- แอมโมเนียใช้เป็นอาวุธในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้เป็นปุ๋ยในพืช
- ยูเรียใช้เป็นปุ๋ยในพืช
- กรดไนตริก ผสมกับกรดไฮโดรคลอริกจะได้อควารีเจีย หรือกรดกัดทอง สามารถละลายทองคำได้
- ไนตรัสออกไซด์หรือก๊าซหัวเราะใช้เป็นยาสลบในทางทันตกรรม
- โซเดียมเอไซด์ใช้บรรจุในถุงลมนิรภัย
- ไนโตรเจนเหลวใช้ในงานเชื่อมท่อทองแดงไม่ให้เกิดอ๊อกไซด์
- ใช้ในงานอุตสาหกรรมได้หลายประการ เช่น นำไปสังเคราะห์ก๊าซแอมโมเนีย ในอุตสาหกรรมสามารถใช้แอมโมเนีย และกรดไนตริกไปสังเคราะห์สารอื่นที่มีประโยชน์ เช่น ปุ๋ย สี ยารักษาโรค วัตถุระเบิด ปลาสติก นอกจากนั้นยังใช้ไนโตรเจนเหลวเป็นตัวทำความเย็น ในวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะเย็นจัดยวดยิ่ง ใช้ก๊าซไนโตรเจนบรรจุในหลอดไฟฟ้าชนิดใช้เส้นลวดโลหะเป็นไส้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไส้หลอดขาดเร็ว ใช้บรรจุในหลอดเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้วัดอุณหภูมิสูง ใช้ในอุตสาหกรรมเชื่อมโลหะคือ ใช้ก๊าซไนโตเจนเป็นตัวกัน มิให้ออกซิเจนในอากาศเข้าไปทำปฎิกิริยากับโลหะ ในขณะเชื่อม[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Standard Atomic Weights: ไนโตรเจน". CIAAW. 2009.
- ↑ Prohaska, Thomas; Irrgeher, Johanna; Benefield, Jacqueline; Böhlke, John K.; Chesson, Lesley A.; Coplen, Tyler B.; Ding, Tiping; Dunn, Philip J. H.; Gröning, Manfred; Holden, Norman E.; Meijer, Harro A. J. (2022-05-04). "Standard atomic weights of the elements 2021 (IUPAC Technical Report)". Pure and Applied Chemistry (ภาษาอังกฤษ). doi:10.1515/pac-2019-0603. ISSN 1365-3075.
- ↑ Lide, David R. (1990–1991). CRC Handbook of Physics and Chemistry (ภาษาอังกฤษ) (71st ed.). Boca Raton, Ann Arbor, Boston: CRC Press, inc. pp. 4-22 (one page).
- ↑ "Gases - Density". The Engineering Toolbox. สืบค้นเมื่อ 27 January 2019.
- 1 2 3 4 5 Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. p. 28. ISBN 978-0-08-037941-8.
- ↑ Tetrazoles contain a pair of double-bonded nitrogen atoms with oxidation state 0 in the ring. A Synthesis of the parent 1H-tetrazole, CH2N4 (two atoms N(0)) is given in Henry, Ronald A.; Finnegan, William G. (1954). "An Improved Procedure for the Deamination of 5-Aminotetrazole". Journal of the American Chemical Society. 76 (1): 290–291. Bibcode:1954JAChS..76..290H. doi:10.1021/ja01630a086. ISSN 0002-7863.
- ↑ Arblaster, John W. (2018). Selected Values of the Crystallographic Properties of Elements. Materials Park, Ohio: ASM International. ISBN 978-1-62708-155-9.
- ↑ Kondev, F. G.; Wang, M.; Huang, W. J.; Naimi, S.; Audi, G. (2021). "The NUBASE2020 evaluation of nuclear properties" (PDF). Chinese Physics C. 45 (3): 030001. doi:10.1088/1674-1137/abddae.
- ↑ "Common Bond Energies (D) and Bond Lengths (r)". wiredchemist.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-05-15.
- ↑ "ไนโตรเจน : เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย". www.baanjomyut.com.
บรรณานุกรม
[แก้]- Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. ISBN 978-0-08-037941-8.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Etymology of Nitrogen
- Nitrogen at The Periodic Table of Videos (University of Nottingham)
- Nitrogen podcast from the Royal Society of Chemistry's Chemistry World
