ข้ามไปเนื้อหา

กำมะถัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Sulfur)
กำมะถัน, 16S
วัสดุผลึกสีเหลืองแบบผง
กำมะถัน
ชื่ออื่นSulfur (ชื่อภาษาอังกฤษ), Sulphur (การสะกดแบบบริเตนก่อน ค.ศ. 1992)
อัญรูปsee Allotropes of sulfur
ลักษณะปรากฏผลึกจิ๋วสีเหลืองมะนาวจากการเผาผนึก
น้ำหนักอะตอมมาตรฐาน Ar°(S)
กำมะถันในตารางธาตุ
Hydrogen Helium
Lithium Beryllium Boron Carbon Nitrogen Oxygen Fluorine Neon
Sodium Magnesium Aluminium Silicon Phosphorus Sulfur Chlorine Argon
Potassium Calcium Scandium Titanium Vanadium Chromium Manganese Iron Cobalt Nickel Copper Zinc Gallium Germanium Arsenic Selenium Bromine Krypton
Rubidium Strontium Yttrium Zirconium Niobium Molybdenum Technetium Ruthenium Rhodium Palladium Silver Cadmium Indium Tin Antimony Tellurium Iodine Xenon
Caesium Barium Lanthanum Cerium Praseodymium Neodymium Promethium Samarium Europium Gadolinium Terbium Dysprosium Holmium Erbium Thulium Ytterbium Lutetium Hafnium Tantalum Tungsten Rhenium Osmium Iridium Platinum Gold Mercury (element) Thallium Lead Bismuth Polonium Astatine Radon
Francium Radium Actinium Thorium Protactinium Uranium Neptunium Plutonium Americium Curium Berkelium Californium Einsteinium Fermium Mendelevium Nobelium Lawrencium Rutherfordium Dubnium Seaborgium Bohrium Hassium Meitnerium Darmstadtium Roentgenium Copernicium Nihonium Flerovium Moscovium Livermorium Tennessine Oganesson
O

S

Se
ฟอสฟอรัสกำมะถันคลอรีน
เลขอะตอม (Z)16
หมู่16
คาบคาบที่ 3
บล็อก บล็อก-p
การจัดเรียงอิเล็กตรอน[Ne] 3s2 3p4
อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน2, 8, 6
สมบัติทางกายภาพ
สถานะ ที่ STPของแข็ง
จุดหลอมเหลวแอลฟา (α-S8): 388.36 K (115.21 °C, 239.38 °F)
จุดเดือด717.8 K (444.6 °C, 832.3 °F)
ความหนาแน่น (ใกล้ ร.ท.)แอลฟา (α-S8): 2.07 g/cm3
เบตา (β-S8): 1.96 g/cm3
แกมมา (γ-S8): 1.92 g/cm3
ขณะเป็นของเหลว (ที่จุดหลอมเหลว)1.819 g/cm3
จุดวิกฤต1314 K, 20.7 MPa
ความร้อนของการหลอมเหลวเบตา (β-S8): 1.727 kJ/mol
ความร้อนของการกลายเป็นไอเบตา (β-S8): 45 kJ/mol
ความจุความร้อนจำเพาะเชิงโมล22.75 J/(mol·K)
ความดันไอ
P (Pa) 1 10 100 1 k 10 k 100 k
at T (K) 375 408 449 508 591 717
สมบัติของอะตอม
สถานะออกซิเดชันทั่วไป: −2, +2, +4, +6
−1,[3] 0, +1,[3] +3,[3] +5[3]
อิเล็กโทรเนกาติวิตีสเกลเพาลิง: 2.58
พลังงานไอออไนเซชัน
  • ลำดับที่ 1: 999.6 kJ/mol
  • ลำดับที่ 2: 2252 kJ/mol
  • ลำดับที่ 3: 3357 kJ/mol
  • (เพิ่มเติม)
รัศมีโควาเลนต์105±3 pm
รัศมีแวนเดอร์วาลส์180 pm
Color lines in a spectral range
เส้นสเปกตรัมของกำมะถัน
สมบัติอื่น ๆ
โครงสร้างผลึกแอลฟา (α-S8): orthorhombic (oF128)
ค่าคงที่แลตทิซ
Orthorhombic โครงสร้างผลึกสำหรับแอลฟา (α-S8): กำมะถัน
a = 1.0460 nm
b = 1.2861 nm
c = 2.4481 nm (ที่ 20 °C)[4]
โครงสร้างผลึกแบบที่ 2เบตา (β-S8): ​โมโนคลีนิค (mP48)
ค่าคงที่แลตทิซแบบที่ 2
Monoclinic โครงสร้างผลึกสำหรับเบตา (β-S8): กำมะถัน
a = 1.0923 nm
b = 1.0851 nm
c = 1.0787 nm
β = 95.905° (ที่ 20 °C)[4]
การนำความร้อน0.205 W/(m⋅K) (อสัณฐาน)
สภาพต้านทานไฟฟ้า2×1015  Ω⋅m (ที่ 20 °C) (อสัณฐาน)
สมบัติแม่เหล็กไดอะแมกเนติก[5]
สภาพรับไว้ได้ทางแม่เหล็กเชิงโมลแอลฟา (α-S8): −15.5×10−6 cm3/mol (ที่ 298 K)[6]
มอดุลัสเชิงปริมาตร7.7 GPa
ความแข็งโมส2.0
เลขทะเบียน CAS7704-34-9
ประวัติ
การตั้งชื่อมาจากภาษาละติน sulpur
การค้นพบก่อน ค.ศ. 2000[7]
ยอมรับว่าเป็นธาตุโดยอ็องตวน ลาวัวซีเย (ค.ศ. 1777)
ไอโซโทปของกำมะถัน
ไอโซโทปหลัก[8] การสลายตัว
ไอโซโทป ความอุดมสมบูรณ์ ครึ่งชีวิต (t1/2) รูปแบบ ผลิตภัณฑ์
32S 94.8% stable
33S 0.760% stable
34S 4.37% stable
35S trace 87.37 d β 35Cl
36S 0.02% stable
34S abundances vary greatly (between 3.96 and 4.77 percent) in natural samples.
หมวดหมู่ หมวดหมู่: กำมะถัน
| แหล่งอ้างอิง

กำมะถัน หรือ ซัลเฟอร์ (อังกฤษ: sulfur หรือ sulphur)[9] เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์เคมีคือ S และเลขอะตอม 16 เป็นธาตุที่มีอยู่ปริมาณมาก มีหลายสถานะ และเป็นอโลหะ ภายใต้สภาวะมาตรฐาน อะตอมของกำมะถันจะรวมตัวกันเป็นโมเลกุลรูปวงแหวนที่มี 8 อะตอม มีสูตรทางเคมีคือ S8 โดยกำมะถันบริสุทธิ์จะมีลักษณะเป็นของแข็งผลึกสีเหลืองสดใสที่อุณหภูมิห้อง

กำมะถันเป็นธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับ 10 ในจักรวาลเมื่อวัดตามมวล และเป็นอันดับ 5 บนโลก แม้ว่าบางครั้งจะพบในรูปธาตุบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ แต่โดยปกติบนโลกมักพบในรูปของแร่ซัลไฟด์และแร่ซัลเฟต ด้วยความที่พบได้ง่ายในรูปธาตุบริสุทธิ์ กำมะถันจึงเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีการกล่าวถึงการใช้งานในอินเดียโบราณ กรีกโบราณ จีนโบราณ และอียิปต์โบราณ ในทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมมักเรียกกำมะถันว่า brimstone[10] ซึ่งมีความหมายว่า "หินที่ลุกไหม้ได้"[11] กำมะถันเกือบทั้งหมดในปัจจุบันผลิตขึ้นเป็นผลพลอยได้จากการกำจัดสารปนเปื้อนที่มีกำมะถันออกจากก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม[12][13] การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดคือการผลิตกรดซัลฟิวริกสำหรับปุ๋ยซัลเฟตและฟอสเฟต รวมถึงกระบวนการทางเคมีอื่น ๆ นอกจากนี้ยังใช้ในไม้ขีดไฟ ยาฆ่าแมลง และยาฆ่าเชื้อรา สารประกอบกำมะถันหลายชนิดมีกลิ่นแรง เช่น กลิ่นในก๊าซธรรมชาติที่เติมสารปรุงแต่ง กลิ่นตัวสกังก์ กลิ่นปาก กลิ่นเกรปฟรุต และกระเทียม ส่วนไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นไข่เน่าอันเป็นเอกลักษณ์

กำมะถันเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยมักอยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์กำมะถันหรือเมทัลซัลไฟด์ กรดอะมิโน (สองชนิดที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีน ได้แก่ ซิสเตอีนและเมทิโอนีน รวมถึงชนิดอื่น ๆ เช่น ซิสทีน และทอรีน) และวิตามินสองชนิด (ไบโอตินและไทอะมีน) เป็นสารประกอบอินทรีย์กำมะถันที่สำคัญต่อชีวิต นอกจากนี้ ปัจจัยร่วม (cofactor) หลายชนิดยังมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ เช่น กลูตาไธโอน และโปรตีนเหล็ก-กำมะถัน พันธะไดซัลไฟด์ช่วยสร้างความแข็งแรงทางกลและทำให้โปรตีนเคราตินในผิวหนังชั้นนอก เส้นผม และขนนกไม่ละลายน้ำ กำมะถันถือเป็นหนึ่งในธาตุเคมีหลักที่จำเป็นต่อการทำงานทางชีวเคมี และเป็นธาตุอาหารหลักสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Standard Atomic Weights: กำมะถัน". CIAAW. 2009.
  2. Prohaska, Thomas; Irrgeher, Johanna; Benefield, Jacqueline; Böhlke, John K.; Chesson, Lesley A.; Coplen, Tyler B.; Ding, Tiping; Dunn, Philip J. H.; Gröning, Manfred; Holden, Norman E.; Meijer, Harro A. J. (2022-05-04). "Standard atomic weights of the elements 2021 (IUPAC Technical Report)". Pure and Applied Chemistry (ภาษาอังกฤษ). doi:10.1515/pac-2019-0603. ISSN 1365-3075.
  3. 1 2 3 4 Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. p. 28. ISBN 978-0-08-037941-8.
  4. 1 2 Arblaster, John W. (2018). Selected Values of the Crystallographic Properties of Elements. Materials Park, Ohio: ASM International. ISBN 978-1-62708-155-9.
  5. Lide, D. R., บ.ก. (2005). "Magnetic susceptibility of the elements and inorganic compounds". CRC Handbook of Chemistry and Physics (PDF) (86th ed.). Boca Raton (FL): CRC Press. ISBN 0-8493-0486-5.
  6. Weast, Robert (1984). CRC, Handbook of Chemistry and Physics. Boca Raton, Florida: Chemical Rubber Company Publishing. pp. E110. ISBN 0-8493-0464-4.
  7. "Sulfur History". Georgiagulfsulfur.com. สืบค้นเมื่อ 2022-02-12.
  8. Kondev, F. G.; Wang, M.; Huang, W. J.; Naimi, S.; Audi, G. (2021). "The NUBASE2020 evaluation of nuclear properties" (PDF). Chinese Physics C. 45 (3): 030001. doi:10.1088/1674-1137/abddae.
  9. "So long sulphur". Nature Chemistry. 1 (5): 333. August 2009. Bibcode:2009NatCh...1Q.333.. doi:10.1038/nchem.301. PMID 21378874.
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Greenwood-1997a
  11. Chisholm, Hugh, บ.ก. (1911). "Brimstone" . สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ). Vol. 4 (11th ed.). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์. p. 571.
  12. Laurence Knight (Jul 19, 2014). "Sulphur surplus: Up to our necks in a diabolical element". BBC.
  13. "Sulfur". Elements. BBC. Oct 11, 2014.. ดาวน์โหลดตรงนี้

อ่านเพิ่ม

[แก้]

Sigel, Astrid; Freisinger, Eva; Sigel, Roland K.O., บ.ก. (2020). Transition Metals and Sulfur: A Strong Relationship for Life. Guest Editors Martha E Sosa Torres and Peter M.H.Kroneck. Berlin/Boston: de Gruyter. pp. xlv+455. ISBN 978-3-11-058889-7.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]